Breaking News : ข่าวด่วน

26 February 2009

ผลวิจัยชี้ "การแผ่เมตตาเป็นประจำทำให้สมองดีขึ้นอย่างถาวร"

ทุก ๆ เช้าก่อนไปทำงานและก่อนนอน ให้แผ่เมตตาตามบทเพลงข้างล่างนี้

วิธีแผ่เมตตาแบบง่ายๆ ให้จินตนาการว่าเราคือแสงสว่างแห่งความรักที่แผ่ออกไปกว้างไพศาลทั่วทุกทิศทาง ไปทั่วจักรวาล ไม่มีขอบเขต พร้อมๆ กับให้อ่านคำภาวนาภาษาบาลีและภาษาไทย (บทบาลีและคำแปลภาษาไทยอยู่ใน Post ถัดไปด้านล่าง) ในใจตามเสียงเพลงไปด้วย ให้จิตสร้างนิมิตแห่งแสงสว่างแห่งความรักแผ่ออกไปไม่มีที่สิ้นสุด อย่างต่อเนื่องจนจบเพลง จิตจะเกิดเมตตาสมาธิ (เมื่อจำบทภาวนาและความหมายได้คล่องแล้ว จึงค่อยใช้วิธีหลับตาภาวนาไปตามเสียงเพลง จิตจะสงบได้ง่ายขึ้น

ผลการวิจัยพบว่า การแผ่เมตตาเป็นประจำช่วยทำให้สมองดีขึ้นอย่างถาวร

การเจริญอัปปมัญญาเมตตาภาวนา (แผ่เมตตา) เป็นประจำ ช่วยให้มองโลกในแง่ดี หลับฝันดีมีผลการวิจัยที่ชัดเจน อีกชิ้นหนึ่ง ทำในอเมริกา โดยผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยานักวิจัยอเมริกาเคยศึกษาในพระภิกษุทิเบต เกี่ยวกับเรื่องนี้เคยลงใน Meditation Gives Brain a Charge, Study FindsBy Marc KaufmanWashington Post Staff WriterMonday, January 3, 2005; Page A05 washingtonpost.com/wp-dyn...-2005Jan2.html

ใครสนใจไปอ่านฉบับเต็มเอาเองเพราะยาวมาก....เขาใช้วิธีเมตตาภาวนาแบบทิเบต.... นักวิจัยท่านนี้ท่านวิเคราะห์ว่า การฝึกเมตตาภาวนาอย่างต่อเนื่องจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีอย่างถาวรกับสมองด้วย..... เพราะเขาพบว่าในกลุ่มพระทิเบตที่ฝึกสมาธิมานานจะมีระดับเบสไลน์ของแกมม่าเวฟสูงกว่าปกติมากแม้นแต่ในขณะที่ไม่ได้อยู่ในอารมณ์สมาธิ

.....(Davidson concludes from the research that meditation not only changes the workings of the brain in the short term, but also quite possibly produces permanent changes. That finding, he said, is based on the fact that the monks had considerably more gamma wave activity than the control group even before they started meditating. A researcher at the University of Massachusetts, Jon Kabat-Zinn, came to a similar conclusion several years ago. )

นี้อธิบายได้ว่าทำไมผู้ที่มีเมตตาจิตจากการภาวนา....จะมองโลกในแง่ดี....หลับก็ฝันดีคลื่นแกมม่า เป็นคลื่นสมองที่มีความถี่อยู่ในช่วงสูงสุด ....สูงกว่า เบต้าเวฟขึ้นไป(ผมไม่ได้กล่าวถึง ใน คห ก่อนหน้านี้ ) ซึ่งไม่ใช่ลักษณะของสมองที่กำลังหลับ..... คลื่นแกมม่าเป็นคลื่นที่แสดงถึงทางบวกในการทำงานของสมอง คลื่นแกมม่าบ่งบอกการมองโลกในแง่ดี การมีเมตตาส่วน คลื่นอัลฟ่าบ่งบอกการผ่อนคลายแต่ตื่นตัว มีประโยชน์ในการเรียนรู้สมองในขณะต่างๆจะมีคลื่นที่แตกต่างกัน เช่น คนตื่นจะเป็นแบบหนึ่ง คนนอนหลับตื้นจะเป็นแบบหนึ่ง คนนอนหลับลึกจะเป็นแบบหนึ่ง คนโคม่าจะเป็นแบบหนึ่ง ......

ทีนี้ผลการวิจัยนี้มันออกมาน่าสนใจว่า คลื่นสมองของผู้เจริญเมตตาภาวนาต่อเนื่องจะมีคลื่นแกมม่าเวฟ(ความถี่สูงสุด)สูงกว่าคนปกติ ทั้งในขณะที่ไม่ได้เจริญสมาธิ ในขณะเจริญสมาธิ และภายหลังออกจากสมาธิแล้ว..... คลื่นแกมม่าเวฟนี้จะบ่งบอกถึงการทำงานเชิงบวกของสมอง เช่น ความสงบ ความอิ่มเอิบ การมองโลกในแง่ดี....... เลยแปรได้ว่าคนที่ฝึกสมาธิเมตตาภาวนาต่อเนื่องจะมีการเปลี่ยนแปลงของสมองแบบถาวรในเชิงบวก นี่เป็นจุดอธิบายทางวิทยาศาสตร์ได้ว่าทำไมสมาธิเมตตาภาวนาจึงทำให้ผู้ฝึกเป็นประจำมีสุขภาพจิตที่ดี......

ความจริงการศึกษาเรื่อง ผลของสมาธินี้ ในเมืองไทย เคยมีการพบว่า ว่าช่วยให้การเรียนรู้ดีขึ้น...... และเคยมีผู้เปรียบเทียบการทดลองปลูกต้นไม้(ผมจำไม่ได้ว่าสถาบันใดทดลองนี้ แต่ทำมานานมากแล้ว)โดยกลุ่มหนึ่งให้คนที่ฝึกสมาธิต่อเนื่องไปแผ่เมตตาให้ต้นไม้เสมอ กับต้นไม้อีกกลุ่มหนึ่งที่ปลูกตามปกติแต่ไม่มีใครไปแผ่เมตตาให้ โดยที่ปัจจัยอย่างอื่น เช่น แสง น้ำ ความชื้น สายพันธ์ ของทั้งสองกลุ่มนี้เหมือนกันทุกอย่าง..... ปรากฏว่าต้นไม้ที่มีคนไปแผ่เมตตาให้เจริญงดงามกว่ากลุ่มที่ไม่มีใครไปแผ่เมตตาให้อย่างชัดเจน.

มันเหมือนจะบอกได้ว่า เมตตาจิตสามารถแผ่ไปยังสัตว์และพืชที่อยู่นอกสมอง (ของเจ้าของ) ได้ด้วย
ที่มา : http://www.budpage.com/forum/view.php?id=4581

บทแผ่เมตตา

อะหัง อะเวโร โหมิ ( ขอให้ข้าพเจ้าจงเป็นผู้ปราศจากเวร )
อัพยาปัชโฌ โหมิ ( ขอให้ข้าพเจ้าจงปราศจากการพยาบาทเบียดเบียน )
อะนีโฆ โหมิ ( ขอให้ข้าพเจ้าจงปราศจากความทุกข์กายทุกข์ใจ )
สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ (ขอให้ข้าพเจ้าจงมีความสุข บริหารตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ )
มะมะ มาตาปิตุ ( ขอให้มารดาบิดาของข้าพเจ้า )
อาจาริยา จะ ญาติมิตตา ( ครูอาจารย์ และญาติมิตร )
สะพราหมะจาริโน จะ ( ผู้ประพฤติธรรมทั้งปวง )
อะเวรา โหนตุ ( จงปราศจากเวร )
อัพยาปัชฌา โหนตุ ( จงปราศจากการพยาบาทเบียดเบียน )
อะนีฆา โหนตุ ( จงปราศจากความทุกข์กายทุกข์ใจ )
สุขี อัตตานัง ปะริหรันตุ (ขอให้ท่านจงมีความสุข บริหารตนให้พ้นจากทกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ )
อิมัสมิง อาราเม สัพเพ โยคิโน ขอให้ท่านโยคี ( ผู้ทรงสมาธิ) ทั้งปวงในเขตนี้ )
อะเวรา โหนตุ ( จงปราศจากเวร )
อัพยาปัชฌา โหนตุ ( จงปราศจากการพยาบาทเบียดเบียน )
อะนีฆา โหนตุ ( จงปราศจากความทุกข์กายทุกข์ใจ )
สุขี อัตตานัง ปริหรันตุ ( ขอให้ท่านจงมีความสุข บริหารตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ )
อิมัสมิง อาราเม สัพเพ ภิกขู ( ขอพระภิกษทั้งหลายทั้งปวงที่อยู่ในเขตนี้ )
สามะเณรา จะ ( และสามเณร )
อุปาสะกา อุปาสิกายา จะ ( ทั้งอุบาสกและ อุบาสิกา )
อะเวรา โหนตุ ( จงปราศจากเวร )
อัพยาปัชฌา โหนตุ ( จงปราศจากการพยาบาทเบียดเบียน )
อะนีฆา โหนตุ ( จงปราศจากความทุกข์กายทุกข์ใจ )
สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ ( ขอให้ท่านจงมีความสุข บริหารตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ )
อัมหากัง จะตุปัจจายะทายะกา ( ขอทายกทายิกา ผู้ให้ปัจจัย๔ แก่พวกเราทั้งหลาย )
อะเวรา โหนตุ ( จงปราศจากเวร )
อัพยาปัชฌา โหนตุ ( จงปราศจากการพยาบาทเบียดเบียน )
อะนีฆา โหนตุ ( จงปราศจากความทุกข์กายทุกข์ใจ )
สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ ( ขอให้ท่านจงมีความสุข บริหารตนให้พ้นจากทกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ )
อัมหากัง อารักขา เทวาตา ( ขอเทวดาผู้อารักขาเราทั้งหลาย )
อิมัสมิง วิหาเร ( ในวิหารแห่งนี้ )
อิมัสมิง อาวาเส ( ในอาวาสแห่งนี้ )
อิมัสมิง อาราเม ( ในอารามแห่งนี้ )
อารักขา เทวาตา ( ขอเทวาผู้รักษาสถานที่เหล่านี้ )
อะเวรา โหนตุ ( จงปราศจากเวร )
อัพยาปัชฌา โหนตุ ( จงปราศจากการพยาบาทเบียดเบียน )
อะนีฆา โหนตุ ( จงปราศจากความทุกข์กายทุกข์ใจ )
สุขี อัตตานัง ปะริหรันตุ ( ขอให้ท่านจงมีความสุข บริหารตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ )
สัพเพ สัตตา ( ขอสัตว์ทั้งหลาย ทั้งปวง )
สัพเพ ปาณา ( ขอสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย )
สัพเพ ภูตา ( ขอภูติทั้งหลาย )
สัพเพ ปุคคะลา ( ขอบุคคลทั้งหลาย )
สัพเพ อัตตภาวา ปริยาปันนา ( ขอผู้มีอัตภาพทั้งหลาย )
สัพพา อิตถีโย ( ขอสตรีทั้งหลาย ทั้งปวง )
สัพเพ ปุริสา ( ขอบุรุษทั้งหลาย ทั้งปวง )
สัพเพ อริยา ( ขอพระอริยเจ้าทั้งหลาย ทั้งปวง )
สัพเพ อนริยา ( ขอผู้ยังไม่เข้าถึงความเป็นพระอริยเจ้าทั้งหลาย ทั้งปวง )
สัพเพ เทวา ( ขอเทวาทั้งหลาย ทั้งปวง )
สัพเพ มนุสสา ( ขอมนุษย์ทั้งหลาย ทั้งปวง )
สัพเพ วินิปาติกา ( ขอสัตว์วินิปาติกะทั้งหลาย ทั้งปวง )
อะเวรา โหนตุ ( จงปราศจากเวร )
อัพยาปัชฌา โหนตุ ( จงปราศจากการพยาบาทเบียดเบียน)
อะนีฆา โหนตุ ( จงปราศจากความทุกข์กายทุกข์ใจ )
สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ ( ขอให้ท่านจงมีความสุข บริหารตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ )
ทุกขา มุจจันตุ ( ขอสัตว์ทั้งหลายจงปราศจากความทุกข์ )
ยถา ลัทธาสัมปัตติโต มา วิคัจฉันตุ ( จงอย่าพลัดพรากจากสมบัติที่ได้มา )
กัมมัสสะกา ( ตนย่อมเป็นเจ้าของกรรมนั้น )
ปุรถิมายะ ทิสายะ ( ขอสัตว์ทั้งปวง ในทิศตะวันออก )
ปัจฉิมายะ ทิสายะ ( ในทิศตะวันตก )
อุตตรายะ ทิสายะ ( ในทิศเหนือ )
ทักขิณายะ ทิสายะ ( ในทิศใต้ )
ปุรถิมายะ อนุทิสายะ ( ในทิศตะวันออกเฉียงใต้ )
ปัจฉิมายะ อนุทิสายะ ( ในทิศตะวันตกเฉียงเหนือ )
อุตตระ อนุทิสายะ ( ในทิศตะวันออกเฉียงเหนือ )
ทักขิณายะ อนุทิสายะ ( ในทิศตะวันตกเฉียงใต้ )
เหฎฐิมายะ ทิสายะ ( ในทิศเบื้องล่าง )
อุปาริมายะ ทิสายะ ( ในทิศเบื้องบน )
สัพเพ สัตตา ( ขอสัตว์ทั้งหลาย )
เพ ปาณา ( ขอสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย )
สัพเพ ภูตา ( ขอภูติทั้งหลาย )
สัพเพ ปุคคะลา ( ขอบุคคลทั้งหลาย )
สัพเพ อัตตภาวา ปริยาปันนา ( ขอผู้มีอัตภาพทั้งหลาย )
สัพพา อิตถีโย ( ขอสตรีทั้งหลาย )
สัพเพ ปุริสา ( ขอบุรุษทั้งหลาย )
สัพเพ อริยา ( ขอพระอริยเจ้าทั้งหลาย )
สัพเพ อนริยา ( ขอผู้ยังไม่เข้าถึงความเป็นพระอริยเจ้าทั้งหลาย )
สัพเพ เทวา ( ขอเทวา ทั้งหลาย )
สัพเพ มนุสสา ( ขอมนุษย์ทั้งหลาย )
สัพเพ วินิปาติกา ( ขอสัตว์วินิปาติกะทั้งหลาย )
อะเวรา โหนตุ ( อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย )
อัพยาปัชฌา โหนตุ ( อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย )
อะนีฆา โหนตุ ( อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย )
สุขี อัตตานัง ปะริหรันตุ ( จงมีความสุข บริหารตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ )
ทุกขา มุจจันตุ ( ขอสัตว์ทั้งหลายจงปราศจากความทุกข์ )
ยถา ลัทธา สัมปัตติโต มา วิคัจฉันตุ ( จงอย่าพลัดพรากจากสมบัติที่ได้มา )
กัมมัสสะกา ( ตนย่อมเป็นเจ้าของกรรมนั้น )
อุทธัง ยาวะ ภะวัคคา จะ ( และสัตว์ที่อยู่สูงขึ้นไปจนถึงภวัคคภูมิ )
อโธ ยาวะ อวิจจิโต ( และสัตว์ที่อยู่เบื้องล่างจนถึงอเวจีมหานรก )
สมันตา จักกะวาเลสุ ( สัตว์ทั้งหลายในจักรวาล )
เย สัตตา ปถวิจารา ( ไม่ว่าสัตว์ใดที่อุบัติบนพื้นปฐพี )
อัพยาปัชฌา นิเวรา จะ ( ขอจงปราศจากการพยาบาทเบียดเบียน )
นิทุกขา จะ นุปัททวา ( ปราศจากทุกข์ และอุปัทวันตราย )
อุทธัง ยาวะ ภะวัคคา จะ ( ขอสัตว์ที่อยูสูงขึ้นไปถึงภวัคคภูมิ )
อโธ ยาวะ อวิจจิโต ( และสัตว์อยู่เบื้องล่างในอเวจีมหานรก )
สมันตา จักกะวาเลสุ ( สัตว์ทั้งหลายในจักรวาล )
เย สัตตา อุทักเขจารา ( ขอสัตว์ทั้งหลายผู้เกิดในน้ำ )
อัพยาปัชฌา นิเวรา จะ ( ขอจงอย่าได้เบียดเบียนใครเลย อย่าได้มีเวรกับใครเลย )
นิทุกขา จะ นุปัททวา ( ปราศจากทุกข์ ปราศจากอุปัทวันตราย )
อุทธัง ยาวะ ภะวัคคา จะ ( ขอสัตว์ในโลกธาตุอื่น ที่อยูเบื้องบนคือภวัคคภูมิลงมา )
อโธ ยาวะ อวิจิโต ( ตั้งแต่อเวจีมหานรกขึ้นไป )
สมันตา จักกะวาเฬสุ ( ขอสัตว์ทั้งหลายในจักรวาลโดยรอบๆ )
เย สัตตา ปถวิจารา ( ไม่ว่าสัตว์ใดที่อุบัติบนพื้นปฐพี )
อัพยาปัชฌา นิเวรา จะ ( ขอจงอย่าได้เบียดเบียนใครเลย อย่าได้มีเวรกับใครเลย )
นิทุกขา จะ นุปัททวา ( ปราศจากทุกข์ ปราศจากอุปัทวันตราย ทั้งสิ้นเทอญฯ

ที่มา : http://www.budpage.com/metta.php

25 February 2009

สอบปลายภาค วส.454 และ วส.459

ได้เวลาของการสอบ สอบ สอบ แระก็สอบแร้ว

ข้อสอบทั้งสองวิชา 454 ประชาสัมพันธ์บูรณาการ และ 459 การออกแบบสารเพื่อการประชาสัมพันธ์ ในปีการศึกษานี้ อนุญาตให้นำหนังสือและเอกสารตำราต่างๆ เข้าห้องสอบได้ ข้อสอบมี 3 ข้อบังคับให้ทำทุกข้อ
ขอให้โชคเอ๊เอทุ๊กคนเนอะ

ดูหนังรางวัลออสก้า MILK ฟรี!

มีข่าวดีมาบอก...

องค์กรบางกอกเรนโบว์ ขอเรียนเชิญนักศึกษา และคณาจารย์ที่สนใจประเด็นการสื่อสารสังคม เรื่องเพศ และสิทธิมนุษยชน ชมหนังดังเรื่องเยี่ยมที่ฌอน เพนน์ คว้ารางวัลออสการ์มาครอง "MILK" ในวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์นี้ รอบ 15.00

ติดต่อขอรับบัตรได้ที่ bangkokraindow@yahoo.com แจ้งเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับหนึ่งท่าน สองใบหมดเขตส่งอีเมล วันพฤหัสที่ 26 กุมภาพันธ์นี้

ข้อมูลภาพยนตร์เพิ่มเติม :
Milk นำโครงเรื่องมาจากชีัวิตจริงของ Harvey Milk (รูปล่างขวาคือตัวจริงของ Milk) นักการเมืองและนักต่อสู้เพื่อสิทธิของกลุ่มชาวรักร่วมเพศในยุค 70s นอกจากนี้เขายังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 100 Heroes and Icons ของศตวรรษที่ 20 จาก Time Magazine อีกด้วย

Harvey Milk (1930 - 1978) ชายรักร่วมเพศคนแรกของอเมริกาที่มีบทบาททางการเมือง ช่วงที่เข้ามาทำงานการเมือง เขาต้องต่อสู้กับแรงกดดันจากกลุ่มต่อต้านชาวรักร่วมเพศ แต่สุดท้ายก็สามารถฝ่าฟันอุปสรรคเหล่านั้นมาได้ จนในที่สุด ปี 1977 เขาก็ได้รับการโหวตให้เป็นคณะกรรมการของเมือง San Francisco แต่เพียงแค่ปีเดียวที่ดำรงตำแหน่ง ในปี 1978 เขาและ George Moscone นายกเทศมนตรีของ San Francisco ในขณะนั้น ก็ถูกลอบสังหารด้วยฝีมือของ Dan White คู่แข่งของเขาที่ต่อต้านชาวรักร่วมเพศ

นอกจาก Sean Penn ที่รับบทเป็น Harvey Milk แล้ว ยังมีนักแสดงชื่อดังร่วมแสดงอีกหลายคนเช่น Josh Brolin ในบทของ Dan White คู่แข่งของ Milk, Emile Hirsch (Speed Racer) ในบทของ Cleve Jones นักศึกษาฝึกงานในออฟฟิศของ Milk, Diego Luna (Y tu mamá también) ในบทของ Jack Lira และบทของ Scott Smith คนรักที่คอยสนับสนุน Milk รับบทโดย James Franco (Pineapple Express, Spider-Man 1-3) ถือว่าเป็นการพลิกบทบาทครั้งสำคัญของ Franco อีกด้วย Milk กำกับโดย Gus Van Sant ผู้กำกับที่โด่งดังมาจากเรื่อง Good Will Hunting (1997) โดยเรื่องนี้ก็ทำให้ Gus Van Sant ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมมาแล้ว
ดูตัวอย่างภาพยนตร์ได้ข้างล่างนี้

11 February 2009

แนวทางป้องกันการละเมิดสิทธิเด็กในสื่อมวลชนไทย

คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จัดสัมมนาระดมความคิดเห็นเรื่อง "แนวทางในการป้องกันการละเมิดสิทธิเด็กในสื่อมวลชนไทย" ในวันที่ 19-20 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา 09.00 เป็นต้นไป ณ ห้อง F401 อาคารธรรมศาสตร์ 60 ปี (เอนกประสงค์ 2) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานสัมมนาได้ฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น รายละเอียดของโครงการและกำหนดการดาวน์โหลดได้โดยคลิ๊กที่รูปภาพนะครับ

งานสัมมนาแบ่งเป็น 4 กลุ่มประกอบด้วย ภาคเช้าวันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ 2552 เป็นการระดมความเห็นของกลุ่มสื่อมวลชนไทย นำทีมโดยคุณนิรมล เมธีสุวกุล จากรายการทุ่งแสงตะวัน คุณประสาน อิงคนันท์ จากรายการกบนอกกะลา คุณชัยประนิน วิสุทธิผล จากธุรกิจโฆษณา และคุณยุวดี มณีกุล จากจุดประกายกรุงเทพธุรกิจ ดำเนินการสัมมนาโดย ผศ.กัลยกร วรกุลลัฎฐานีย์ ภาคบ่ายเป็นการระดมความเห็นในกลุ่มของนักเคลื่อนไหวทางสังคม นำการสัมมนาโดยคุณสรรพสิทธิ์ คุมประพันธ์ จากมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก คุณสาลี อ๋องสมหวัง จากมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค คุณณัฐฐา กีนะพันธ์ จากยูนิเซฟ และคุณเข็มพร วิรุณราพันธ์ จากแผนงานสื่อสร้างสุขภาวะเยาวชน ดำเนินการสัมมนาโดย อ.ประไพพิศ มุทิตาเจริญ

ส่วนวันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2552 ช่วงเช้ากลุ่มนักวิชาการจากหลากหลายสาขาวิชา นำโดยนายแพทย์สุริยเดว ทรีปาตี จากสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนจิตรา สายสุนทร จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รศ.ดร.วิทยา กุลสมบูรณ์ จากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย และผศ.รุจน์ โกมลบุตร จากคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำเนินการสัมมนาโดย อ. ดร.ธาตรี ใต้ฟ้าพูล จากนั้นในช่วงบ่ายเป็นภาคประชาชน นำการสัมมนาโดยคุณวันชัย บุญประชา จากมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว คุณคำรณ ชูเดชา จากเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ และ ผู้แทนจากเครือข่ายครอบครัว ผู้แทนจากสภาเด็กและเยาวชน ดำเนินการสัมมนาโดย ผศ.รุจน์ โกมลบุตร

06 February 2009

Crème d’Or อร่อยเพลินเกินห้ามใจ

โฆษณาไอสครีม Crème d’Or ที่ใช้ Humor Appeal เล่นกับจิตวิทยาผู้บริโภคที่มักเชื่อในสิ่งที่เห็น (เพียงบางมุมเท่านั้น) "Seeing is Believing" แล้วตัดสินบุคคลอื่น แต่จริงๆ แล้วมาจากจิตใต้สำนึกของตนเอง แต่ไม่รู้ว่ากลุ่มสิทธิสตรีจะขำกับมุขนี้ด้วยหรือไม่ เพราะคิดได้สองแง่ คือ แง่หนึ่งสนับสนุนว่าผู้ชายคิดลามกป้ายสีผู้หญิงทั้งๆ ที่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น แต่ผู้หญิงถูกตัดสินไปแล้วว่าผิด แต่ในอีกแง่หนึ่ง คือ การใช้ภาพผู้หญิงที่เกินจริง จะมีผู้หญิงหน้าไหนงกขนาดก้มลงเลียไอศครีมที่หกลงบนมือรูปปั้นได้ขนาดนั้น แถมยังกล้าบอกอีกด้วยว่าไอศครีม Crème d’Or มันมีค่ามาก (อร่อยมากกกกก) ถึงขนาดยอมทำสิ่งที่ไม่เหมาะไม่ควร (ก้มลงไปเลียไอศครีมที่หกบนมือรูปปั้นในสวนสาธารณะ) ได้เลยล่ะคู๊น

01 February 2009

Message Design 10

วันนี้เราว่ากันด้วยเรื่องของการออกแบบสารในสื่อภาพยนตร์และสื่อใหม่ ได้ความรู้อะไรจากในชั้นเรียนและอยากเพิ่มเติมประเด็นอะไรก็มาแลกเปลี่ยนกันได้เลยนะครับ เหลือกันอีกครั้งเดียวก็สอบปลายภาคกันแล้ว อย่าลืมงาน Final Project ด้วยล่ะ ปล่อยฝีมือกันเต็มที่เลยงานนี้ นอกจากเพื่อคะแนนแล้วยังเพื่อการเก็บบันทึกไว้ลงในแฟ้มผลงาน (Portfolio) ของแต่ละคนด้วย

"ของแท้" กับ "ของเทียม"

ชิ้นงานโฆษณาและโปสเตอร์ของ New York Fries ที่ใช้ชื่อว่า Real Fries in Fake World (คลิ๊กที่รูปเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น) ช่างสื่อสารถึงจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ได้อย่างตรงจุด จะอ่อนด้อยอยู่บ้างที่ชื่อตราสินค้ากลืนไปกับข้อความโฆษณา แต่ได้ถ้วยใส่มันฝรั่งมาช่วยชีวิตไว้ได้สบายๆ

แนวคิดที่โลกเราเต็มไปด้วยของ "ปลอม" ซึ่งแว้บแรกคนทั่วไปมันนึกถึงศัลยกรรมพลาสติกที่คุณผู้หญิงนิยมไปทำกันมาก คือ "หน้าอก" นางแบบโพสต์ท่ายกถ้วยมันฝรั่งมาเสมอเต้า ทำให้เกิดความหมายเชิงสัญญะของคู่ตรงข้าม สื่อความหมายได้ชัดเจนระหว่าง "ของแท้ (มันฝรั่ง New York Fries)" และ "ของเทียม (เต้าของเธอ)" ได้เป็นอย่างดี อย่างนี้ต้องขอปรบมือให้ แป๊ะๆๆๆๆๆๆ

กรณีศึกษา IPR

หลังจากฟังกรณีศึกษาหลายกรณีแล้วจากวิทยากรคุณโศภิณ เงินสวัสดิ์ ที่มาเล่าประสบการณ์การทำงานให้กับพวกเราในวันตรุษจีน สำหรับวิชา JC.454 Integrated Public Relations (IPR) คราวนี้มาช่วงกันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้จากวิทยากรกันนะจ๊ะ เริ่มบรรเลงกันเลย ใครเริ่มก่อนได้เปรียบนะ

Message Design 9

สรุปบทเรียนกันหน่อย... คราวที่แล้ววิทยากรรับเชิญคุณวิสิฐ อัศวขจรสกุล มาแนะนำอะไรบ้างเกี่ยวกับกลยุทธ์และเทคนิคการออกแบบสารในงานประชาสัมพันธ์ ได้ข่าวว่าหนุกหนานกันมาก วิทยากรฝากชมด้วยว่านักศึกษาให้ความสนใจมากและมีปฏิสัมพันธ์ในการเรียนสูง ทำให้วิทยากรหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง อย่างงี้ต้องให้อั่งเปาตั่วๆ ไกฮ้อ