Breaking News : ข่าวด่วน

14 July 2009

สรุปบทเรียนการออกแบบสารครั้งที่ 6

สุดท้ายแร้ว สื่อภาพยนตร์ มีหลักอะไรบ้างในการออกแบบสารสำหรับสื่อนี้ รุยกันเรย

28 comments:

4907611067 said...

ภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์ จะไม่ประชาสัมพันธ์อย่างโจ่งแจ้งเกินไป เพราะจะทำให้คนไม่สนใจและไม่เกิดความเชื่อถือ บางทีคนจะคิดว่าเป็นการดฆษราด้วยซ้ำ ถ้าพรีเซนต์เกินไป

เช่น An Inconvenient Truth ที่อัลกอร์นำเสนอปัญหาโลกร้อนผ่านภาพยนตร์สารคดี ถ้าดูผิวเผินแล้วก็จะมองว่าเขาตระหนักถึงปัญหานี้และพยายามรณรงค์
แต่จริงๆแล้วเป็นการPRตัวเองค่ะ

4907612156 said...

ในการสร้างสารผ่านสื่อภาพยนตร์ ทุกสิ่งทุกอย่างที่คนธรรมดา ล้วนแต่สามารถสื่อความหมายได้ทั้งนั้นค่ะ
เช่น ภาพ ถ้ามีการใช้มุมกล้องๆต่างๆกัน ก็จะสื่อความหายต่างกันออกไปด้วย
ภาพมุมสูง bird eye view ก็จะทำให้ดูเล็กน้อย ต้อยต่ำ
ภาพมุมต่ำ ยิ่งใหญ่ มีพลัง มีอำนาจ
รวมไปถึงเสียง สี ที่มีอยู่ในภาพยนตร์ด้วย
เช่นเรื่อง home
การใช้เสียงผู้หญิงเป็นผู้บรรยาย ทำให้ดูอบอุ่น เห็นถึงความเป็นห่วงเป็นใย นั่นเอง

4907611083 said...

4907611083

การใช้สื่อภาพยนตร์ในแนวสารคดี เป็นเครื่องมือที่ดีในการสร้างภาพลักษณ์ เนื่องจากธรรมชาติของสารคดีจะมีส่วนของข้อเท็จจริงอยู่ค่อนข้างมาก ทำให้ดูน่าเชื่อถือในสายตาของผู้รับสารเป้าหมาย ตัวอย่างเช่น

ภาพยนตร์เรื่อง An Inconvenient Trust อังกอร์ใชเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้กับตัวเขาเอง ทำให้เกิดการเชื่อมโยงที่แนบแนน ระหว่างเรื่องของภาวะโลกร้อน กับ ตัวอังกอร์ เมื่อพูดถึงเรื่องของปัญหาโลกร้อน คนทั่วไปก็จะนึกถึงอัลกอร์ เป็นต้น

4907611083 said...

4907611083

ภาพยนตร์ในแนวสารคดี ถือเป็นเครื่องมือที่ดีในการสร้างภาพลักษณ์ เนื่องจากสารคดีจะมีสัดส่วนของข้อเท็จจริงค่อนข้างมาก ทำให้มีความน่าเชื่อถือในสายตาของผู้รับสารเป้าหมาย

ตัวอย่างเช่น ภาพยนตร์เรื่อง An Inconvenient Trust เป็นภาพยนตร์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ สร้างภาพลักษณ์ให้กับตัวอัลกอร์เอง ซึ่งเขาได้จัดทำออกมาในรูปแบบของภาพยนตร์แนวสารคดี ทำให้เกิดการเชื่อมโยงที่แนบแน่น ระหว่างปัญหาภาวะโลกร้อน กับตัวอัลกอร์ เมื่อพูดถึงภาวะโลกร้อน คนก็จะนึกถึงอัลกอร์นั่นเอง

Anonymous said...

4908610092

การPRโดยสื่อภาพยนตร์*
คล้ายๆกับspotทางโทรทัศน์นะ เพราะดึงดูด มีภาพ สี เสียง น่าสนใจ

แต่นับเป็นการPRที่ทำอย่างไม่โจ่งแจ้งอย่างที่เพื่อนๆได้บอกแล้วข้างบนนั่นแหละ

มักจะทำอย่างแนบเนียน โดยทำให้ผู้รับสารเข้าใจตรงตามเรื่องในภาพยนตร์ อย่างเช่นเรื่องจูมงที่กล่าวถึงเมืองโกคุรยอ ที่มีการแย่งชิงกัน จุดประสงค์ก็เพื่อให้คนดูเข้าใจว่าเมืองนี้เป็นของเกาหลีที่จีนมาแย่งไป โดยคนดูก็เข้าใจตามนั้นโดยไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจ

การPRโดยภาพยนตร์ มักจะเป็นประเภทสารคดี หรือหนังอิงประวัติศาสตร์ อย่างสุริโยทัย หรือพระนเรศวร เป็นต้น

สิ่งเหล่านี้จะโน้มน้าวใจได้ดี เป็นลักษณะเชิงข้อเท็จจริงคือทำให้คนดูคิดว่าเรื่องมันเป็นจริงไม่ได้โฆษณา แม้ว่าความจริงที่ว่านั้นจะมีไม่ถึงครึ่งก็ตาม

ประมาณนี้
(^^)

Anonymous said...

4907612198

การใช้สื่อภาพยนตร์ในการประชาสัมพันธ์ ถือเป็นสื่อหนึ่งที่มีประสิทธิภาพมากเพราะด้วยตามธรรมชาติของสื่อ ผู้ชมจะมีสมาธิใจจดจ่อ อยู่ที่หน้าจอ ไม่มีสิ่งแวดล้อมอื่นเข้ามาดึงดูดสมาธิ ทำให้คนดูรับสารได้อย่างเต็มที่ การประชาสัมพันธ์ทางภาพยนตร์ส่วนใหญ่ที่เราเห็นกันก็มักจะเป็นการรณรงค์เรื่องภาวะโลกร้อน การรักสิ่งแวดล้อม และการท่องเที่ยว เช่นประเทศเกาหลีถือว่าประสบความสำเร็จในการพีอาร์ประเทศผ่านสื่อภาพยนตร์อย่างมาก เพราะใส่วิถีชีวิตและวัฒนธรรมเข้าไปแบบไม่ได้บังคับยัดเยียดให้คนดูมากจนเกินไป ทำให้ดูน่าสนใจ และน่าค้นหา ทำให้เป็นกระแส เกาหลีฟีเวอร์เหมือนในปัจจุบัน

4907611786 said...

สื่อภาพยนตร์เป็นสื่อที่ค่อนข้างสร้างผลกระทบกับคนที่ชมได้มาก ยิ่งถ้าเข้าไปชมในโรงภาพยนตร์ด้วยแล้ว เนื่องจากภาพยนตร์จะมีลักษณะที่ค่อนข้างเหมือนจริง การชมจอใหญ่ๆ คนเราจะรู้สึกว่าเรื่องราวในภาพยนตร์ค่อนข้างที่จะเหมือนจริงมากกว่าเรื่องราวในสื่ออื่น เช่นโทรทัศน์เป็นต้น

การสร้างสรรค์เรื่องราวซักเรื่องขึ้นมาเพื่อการประชาสัมพันธ์นั้น หลักๆคือจะต้องเนียน ให้คนดูรู้สึกว่ากลมกลืนและซึมซับไปเองโดยไม่ให้รู้สึกว่ามันเป็นการโจ่งแจ้งเกินไปเพราะว่าจะรู้สึกว่ามันเป็นการโฆษณา ดังนั้นการหาวิธีการนำเสนอที่ทำให้คนรู้สึกว่ามันจริงจะทำให้คนดูรู้สึกเชื่อใจมากกว่า เช่นการนำเสนอในรูปแบบของสารคดีเป็นต้น

เช่นเดียวกันกับสื่ออื่นๆ ที่ส่วนประกอบนอกเหนือจากเนื้อหาหลักที่สื่อออกมานั้นก็เป็นตัวบอกเรื่องราวอีกส่วนหนึ่ง เช่นเพลงประกอบหนัง เสียงพากษ์ มุมกล้อง ทุกอย่างเหล่านี้ถ้าได้รับการวางแผนที่ดีแล้ว จะสามารถสื่อสารเรื่องราวได้มากและคนจะรับรู้เนื้อหาได้ครบถ้วนมากขึ้นด้วย

ตัวอย่างภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์เช่น แนวสารคดีสะท้อนเรื่องจริง ปัญหาของสังคมโลกปัจุบัน หรือเรื่องราวที่อิงประวัติศาสตร์ เช่น ตำนานสมเด็จพระนเรศวร สุริโยทัย เป็นต้นค่ะ

Anonymous said...

4907520110

หลักในการออกแบบสื่อภาพยนตร์

อันดับแรกเราคงต้องดูกลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก และเนื่องจากภาพยนตร์เป็นสื่อที่มีข้อดีในตัวมันเองที่ว่าสามารถดึงดูดให้ผู้ชมสนใจ และตั้งใจที่จะดูมันอย่างจริงจัง (โดยเฉพาะการไปดูภาพยนตร์ที่โรงภาพยนตร์)ซึ่งนั่นก็หมายความว่า การที่ผู้ชมตั้งใจดูภาพยนตร์ ก็จะสามารถเก็บรายละเอียดและเรื่องราวต่างๆ ไปได้อย่างครบถ้วน แต่เนื่องจากภาพยนตร์ใช้เวลาบอกเล่าเรื่องราวนานเกินไป อาจทำให้คนดูเบื่อ (จนแอบหลับได้..ดยไม่เสียดายตังค์ 555++)ได้ง่าย

ฉะนั้นเราในฐานะผู้สร้างภาพยนตร์ จึงควรเลือกสรรรูปแบบการนำเสนอให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย เรื่องราว เนื้อหา น่าสนใจ เป็นสารคดีมากไปก็น่าเบื่อ เราคงต้องใช้เทคนิดในการผสมผสานสิ่งเหล่านี้ให้ลงตัวมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็แล้วกันนะค่ะ

Anonymous said...

4907611703

ภาพยนตร์เพื่อการประชาสัมพันธ์ สามารถทำได้ทั้งแบบภาพยนตร์สารคดี ภาพยนตร์เพื่อการศึกษา ภาพยนตร์ข่าวและเบ็ดเตล็ด ซึ่งการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อนี้ต้องไม่โจ่งแจ้งเกิน จะทำให้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น

ข้อดีคือเมื่อสร้างขึ้นมาแล้วสามารถเผยแพร่ซำได้บ่อยตามต้องการ ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบได้ อีกทั้งดึงดูดความสนใจได้เป็นอย่างดี

4907540019 said...

ภาพยนตร์เพื่อการประชาสัมพันธ์เป็นสื่อที่เสนอทั้งภาพเคลื่อนไหว และเสียง การออกแบบสารสามารถออกแบบให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายและดึงดูดความสนใจได้หลายรูปแบบ เช่น ภาพยนตร์สารคดี มีส่วนของข้อเท็จจริง ทำให้สามารถโน้มน้าวใจกลุ่มเป้าหมายได้ ภาพยนตร์สามารถควบคุมกลุ่มเป้าหมายให้ติดตามชมเนื้อหาได้ตลอด โดยสามารถใช้เทคนิคด้านแสง สี เสียง มาช่วยสร้างสรรค์ได้มากทำให้น่าสนใจ เช่น การใช้เทคนิดการถ่ายภาพในแบบต่าง ๆ กันสามารถสร้างอารมณ์ความร่วมสึกร่วมได้ ภาพภาพมุมสูง ให้ความรู้สึกว่าสิ่งที่ถ่ายต่ำต้อย ภาพมุมต่ำ ให้ความรู้สึกว่าสิ่งที่ถ่ายมีอำนาจ ยิ่งใหญ่ มีพลัง แข็งแกร่ง

4907540019

4907610713 said...

ในสื่อภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์นั้น ภาษาภาพยนตร์ สามารถสื่อความหมายได้ เช่น

"Home" ที่มี key message คือ ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ผืนป่า สัตว์ป่า ธรรมชาติ
-มีการใช้ดนตรีแอฟริกัน ในการให้ความรู้สึกป่าเขาลำเนาภัย
-มีการใช้ภาพมุมสูง (bird eye view)เพื่อสื่อความหมายว่า มนุษย์ตัวเล็ก แต่ธรรมชาติยิ่งใหญ่

ซึ่งการใช้ภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์นั้นต้องทำอย่างแนบเนียน ไม่โจ่งแจ้งที่จะ PR มากเกินไป เพราะจะทำให้รู้สึกถึงความไม่จริงใจนั่นเอง

4907610663 said...

สื่อภาพยนตร์นั้นเหมาะกับการใช้ประชาสัมพันธ์หากมีงบประมาณมาก เพราะอาจจะสิ้นเปลืองในเรื่องค่าใช้จ่าย แต่ผลที่ได้ก็อาจคุ้มค่าเพราะสามารถแฝงเรื่องการประชาสัมพันธ์เข้าไปในเนื้อหาโดยที่คนดูจะซึมซับไปโดยไม่รู้ตัวตามคุณสมบัติของสื่อภาพยนตร์ที่ สามารถทำให้คนดูจดจ่อกับสิ่งที่กำลังฉายได้ เพราะอยู่ในห้องมืด และสามารถเจาะจงกลุ่มเป้าหมายได้ด้วย นอกจากนี้ยังสามารถใช้เรื่อง เทคนิกการถ่ายทำมาทำให้ดูน่าสนใจมากขึ้นก็ได้ อย่างเช่น หนังของอัล กอร์ ที่สามารประชาสัมพนัธืตัวเขาเข้าไปโดย แฝงไปกับการเสนอเรื่องภาวะโลกร้อน และใช้การสร้างเป็นภาพยนตร์มาทำให้มีชื่อเสียงในวงกว้างได้ด้วย

Anonymous said...

4907612123


จริงๆแล้วการใช้ภาพยนตร์เพื่อการประช่าสัมพันธ์ นั้นมีประโยชน์เพราะส่วนใหญ่ขณะชมภาพยนตร์ คนจะตั้งใจรับสารมากกว่าโทรทัศน์ และการดูภาพยนตร์มันทำให้คล้อยตาม

อย่างหนังที่อัลกอร์ทำ เป็นกึ่งสารคดีๆ ทำให้คนเชื่อตามโดยง่าย ซึ่งความจริงนั้นมีแต่การนำส่วนดีๆมานำเสนอ ส่วนไม่ดีไม่พูดออกมา นั่นถือเปนการพีอาร์ตัวเอง

โดยส่วนตัวชอบการประชาสัมพันธ์โดยใช้ภาพยนตร์นะคะรู้สึกว่ามันอ้อมๆดี ไม่แจ่มแจ้งเกินไป เนียนๆ แล้วเกิดอิมแพคด้วย

4907610390 said...

สื่อภาพยนตร์สามารถสร้าง impack ได้สูง
เพราะคนรับรู้ key message ได้อย่างเนียนๆ
อีกทั้งยังตั้งใจดู และคนแต่ละคนก็เลือกที่จะดูภาพยนตร์ที่ตัวเองสนใจ สื่อภาพยนตร์จึงตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากทีสุด สุดท้ายการทำPRนั้นไม่ควรทำอย่างโจ่งแจ้งเกินไปเพราะจะทำให้คนไม่เชื่อถือ อย่างเช่น
เรื่อง HOME ผู้สร้างก็ไม่ใส่ LOGO ลงไป ชื่อBRANDก็ใช้ตัวเล็กๆทำให้ดูจริงใจ

Anonymous said...

มุมมองในการสร้างภาพยนตร์ ที่มีความเกี่ยวข้องในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้น เราควรมองในมุมของทั้งสองฝ่าย อย่างเช่น ภาพยนตร์เรื่องสบายดีหลวงพระบาง มุมคนไทยอาจมองว่าเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับประเทศลาว ถือเป็นเรื่อบวก แต่หากมองในมุมของคนลาว รายละเอียด เรื่องราวของตัวละคร ยังคงมีให้เห็นว่า ลาวนั้นยังด้อยกว่าประเทศไทย สะท้อนถึงอำนาจที่ไทยมีมากกว่า คือยังไงแล้วไทยก็ยังเป็นเมืองพี่ ส่วนลาวก็ต้องเป็นเมืองน้อง ซึ่งคนลาวยังไม่ปลื้มในจุดนี้
ฉะนั้น การสร้างภาพยนตร์ เพื่อการประชาสัมพันธ์ต้องคำนึงถึงในจุดนี้ด้วย

4907611992 said...

มุมมองในการสร้างภาพยนตร์ ที่มีความเกี่ยวข้องในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้น เราควรมองในมุมของทั้งสองฝ่าย อย่างเช่น ภาพยนตร์เรื่องสบายดีหลวงพระบาง มุมคนไทยอาจมองว่าเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กับประเทศลาว ถือเป็นเรื่อบวก แต่หากมองในมุมของคนลาว รายละเอียด เรื่องราวของตัวละคร ยังคงมีให้เห็นว่า ลาวนั้นยังด้อยกว่าประเทศไทย สะท้อนถึงอำนาจที่ไทยมีมากกว่า คือยังไงแล้วไทยก็ยังเป็นเมืองพี่ ส่วนลาวก็ต้องเป็นเมืองน้อง ซึ่งคนลาวยังไม่ปลื้มในจุดนี้
ฉะนั้น การสร้างภาพยนตร์ เพื่อการประชาสัมพันธ์ต้องคำนึงถึงในจุดนี้ด้วย

Anonymous said...

4908611132

การใช้สื่อภาพยนตร์ในการประชาสัมพันธ์ เป็นอีกทางหนึ่งที่จะสามารถสื่อสารสิ่งที่เราต้องการประชาสัมพันธ์
ซึ่งการประชาสัมพันธ์ในรูปเเบบนี้ต้องคำนึงถึงข้อดีเเละข้อเสียให้ดี เพราะจะเป็นการลงทุนที่สูงเเต่อาจเข้าถึงกลุ่มผู้รับสารได้ไม่ทั่วถึงนัก

ในเรื่องๆใช้ภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์ในรูปเเบบที่เเฝงไม่ได้ประชาสัมพันธ์โดยตรง อย่างเรื่อง An Inconvenient Truth ซึ่งเป็นภาพยนตรืที่มองว่าเป็นภาพยนตรืสารคดีในเรื่องการรณรงค์ภาวะโลกร้อน เเต่ในก็เเฝงไปด้วยการประชาสัมพันธ์ตนเองของ อัลกอร์

4907611638 said...

สื่อภาพยนตร์ เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์ได้อย่างแนบเนียน เนื่องจากไม่ เป็นการตั้งใจสื่อ สารที่เราต้องการสื่อออกมาอย่างโจ่งแจ้งจนเกินไป ทำให้สามารถสื่อความหมายได้ดี ทั้งทางด้านอารมณ์และเนื้อหา เพราะใช้มุมกล้อง ภาพ และเสียง ที่สามารถสื่อความหมายได้ดีในตัวของมันเอง แต่ปัญหาของการสื่อความหมายก็พอจะมีอยู่บ้าง เนื่องจากผู้ที่ไม่รู้ความหมายของมุมกล้อง ในแต่ละมุมกล้องที่ผู้ผลิตต้องการสื่อออกมา อาจจะทำให้ผู้รับสารไม่สามารถเข้าใจความหมายได้ตามที่ผู้สื่อ ต้องการส่งให้กับผู้รับ ความหมายที่แท้จริงจึงไม่สามาถสื่อสารออกมาได้ทั้งหมด แต่ ผู้รับสารก็สามารถรับรู้กับสิ่งที่ต้องการสื่อสารได้ผ่าน อารมณ์ ความรู้สึก จากตัวละคร จากภาพ และ เสียง จากภาพยนตร์ที่แสดงออกมา

Anonymous said...

4907610994

การใช้สื้อภาพยนตร์ในการประชาสัมพันธ์
ถือเป็นเครื่องมือที่แยบยลมาก
เพราะโดยธรรมชาติแล้ว
เราจะเปิดรับสื่อภาพยนตร์โดยมีจุดประสงค์เพื่อความบันเทิงเป็นหลัก
ทำให้เราได้รับสารหรือข้อความที่แฝงอยู่ในภาพยนตร์ไปโดยไม่รู้ตัว
ซึ่งจะไม่รู้สึกเหมือนถูกป้อนข้อมูลเฉกเช่นการใช้สื่อประเภทอื่น
และทำให้ความเชื่อหรือทัศนคติที่เกิดขึ้นตกตะกอนต่อตัวผู้รับสารนั้น
ดูจะเหมือนกับว่า เกิดจากความคิดของพวกเขาเอง
ซึ่งจะมีความแข็งแรงมากกว่า

แต่การใช้สื่อภาพยนตร์นั้นมีข้อเสียอยู่ 2 ประการ
1. ค้นทุนในการสร้างแพงกว่าการใช้สื่ออื่นๆ
2. ถ้าไม่สนุก เพลิดเพลิน คนก็ไม่ดู
เพราะโดยธรรมชาติแล้ว
ผู้ที่รับสารภาพยนตร์จะรับชมเพื่ออรรถประโยขน์ทางด้านความบันเทิงเป็นหลัก

Anonymous said...

4907611877

สื่อภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์ เป็นการประชาสัมพันธ์สารที่ต้องการนำเสนอให้ผู้ชมดู โดยต้องไม่โจ่งแจ้งเกินไป ซึ่งผู้ชมก็จะไม่รู้ตัว หรือ ไม่รุสึกถึงการป้อนข้อมูลดังสื่ออื่นๆเช่น สื่อโทรทัศน์ วิทยุ สิ่งพิมพ์ และอื่นๆ

ฉะนั้น ในการออกแบบสื่อภาพยนตร์นี้จึงจำเป็นต้องอาศัยเทคนิคที่ทำให้เกิดผู้ชมคล้อยตามแนวคิดหลักๆ และยังต้องสร้างให้ภาพยนตร์มีความน่าเชื่อถือ อาจทำเป็นภาพยนตร์สารคดีก็ดี เนื่องจาก ในการรับรู้ของผู้ชม ภาพยนตร์สารคดี จะอิงเนื้อหาจากเรื่องจริงมากกว่าเพียงเพื่อความบันเทิง เมื่อผู้ช,ใด้ชม ก็ทำให้สามารถชักจูงให้ผู้ชมคล้อยตามได้ง่าย ไม่รู้สึกว่าตนนั้นถูกสื่อโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ใดใด หรือการแฝงความรู้ไปกับความบันเทิงที่สร้างความดึงดูดใจ ซึ่งผู้ชมจะรับสารและสารที่จะประชาสัมพันธ์นั้นจะกลืนกินไปกับความบันเทิงที่ผู้ชมรับไปโดยไม่รู้ตัว เป็นต้น

ตัวอย่างงานภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์ภาวะโลกร้อน ที่อัลกอร์เข้ามามีบทบาทนั้น ถือว่าเป็นการทำภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์ที่ดี เนื่องจากเป็นภาพยนตร์แนวสารคดี นำความจิงมาเผยให้คนทั่วโลกได้รับรู้ และหลังจากมีการออกสื่อภาพยนตร์นี้ และกล่าวถึงภาวะโลกร้อน ทุกคนก็จะนึกถึงอัลกอร์ทันที

Anonymous said...

4907611364
สื่อภาพยนตร์เป็นสื่อที่ผู้รับสารมีความตั้งใจที่จะรับสารสูง ซึ่งต่างกับสื่อวิทยุและโทรทัศน์อย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากเราเลือกดูเรื่องที่เห็นว่าน่าสนใจ ดูอยู่ในที่มืด และไม่สามารถลุกเดินไปที่อื่นได้ รวมทั้งจอภาพยนตร์เองมีขนาดใหญ่ดังนั้นรายละเอียดที่สื่อผ่านภาพยนตร์จึงสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนด้วยเช่นกัน

แต่การสื่อสารที่เป็นการประชาสัมพันธ์โดยตรงจนเห็นได้ชัดเจนนั้นไม่เป็นที่น่าสนใจหรือชอบใจของคนทั่วไปสักเท่าไหร่ ผู้สร้างจึงต้องแฝงการประชาสัมพันธ์ไปยังผู้รับสารให้แนบเนียน ทุกรายละเอียดจึงมีความสำคัญมาก เช่นการเลือกตัวละคร ได้แก่ การเลือกใช้อนันดาในเรื่องสบายดีฯ เพราะนอกจากอนันดาจะเป็นลูกครึ่งลาวแล้วยังสามารถดึงดูดใจคนดูได้ด้วย

สี เสียงหรือเพลงที่ใช้ก็มีผล เช่น ภ.เรื่อง home ที่เลือกใช้ดนตรีบรรเลงเป็นทำนองของแอฟริกาซึ่งให้ความรู้สึกถึงป่า การเล่นด้วยภาพ มุมกล้องสื่อความหมายและสุดท้ายคือประเภทของภาพยนตร์ต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการประชาสัมพันธ์ เช่นภ.ของอังกอร์ที่สร้างความน่าเชื่อถือให้ตัวเองด้วยภ.สารคดี

4907610853 said...

การประชาสัมพันธ์ในภาพยนตร์นั้น เป็นสิ่งที่ทำค่อนข้างยาก ต้องทำให้แนบเนียน โดยไม่ให้ผู้ชมรับรู้ได้โดยตรงว่าต้องการจะประชาสัมพันธ์อะไร อย่างในเรื่อง an inconvenient truth จริงๆแล้วต้องการสร้างภาพลักษณ์ให้กับผู้เข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี แต่ว่าก็ต้องทำให้คนดูไม่น่าเบื่อ หรือไม่ชัดเจนจนรู้ว่าทำเพื่อคนๆหนึ่ง ดังนั้นจึงต้องมีการนำเสนอที่น่าสนใจ เช่นนำการ์ตูนเข้ามาใช้ทำให้ดูไม่น่าเบื่อ และการทำภาพยนตร์เพื่อการประชาสัมพันธ์นั้นต้องแสดงความจริงใจในการทำออกมา ไม่ใช่ทำเพื่อหวังผล อย่างเช่นในเรื่อง home ไม่เอา logo มาใส่ใส่การให้เครดิต เป็นการแสดงถึงว่าไม่จำเป็นที่จะต้องโปรโมตองค์กรหรือผู้ร่วมสนับสนุนออกไป

Anonymous said...

4907612107

ภาพยนตร์เป็นสื่อที่ใช้ประสาทสัมผัสทางตา นับว่าเป็นสื่อที่ให้ความประทับใจและทำให้ผู้คนจดจำเรื่องราวเนื้อหาได้นาน เพราะผู้ชมจะได้ดูและได้ฟังคำบรรยายไปพร้อม ๆกัน

ข้อดีของภาพยนตร์
1. มีทั้งแสง สี เสียง และภาพเคลื่อนไหวประกอบดนตรี ทำให้ประทับใจและจดจำ
2. สามารถเร่งเร้าความสนใจของผู้ชมได้ตลอดเวลาที่ภาพยนต์ฉายอยู่
3. สามารถสอดแทรกความคิดเห็น และเป็นสื่อในการเปลี่ยนแปลงทัศนคติพฤติกรรมได้ง่าย
4. สามารถเสนอภาพในอดีตที่เราไม่สามารถย้อนกลับไปชมได้อีก
5. ใช้เทคนิคสร้างเหตุการณ์ประกอบฉากการถ่ายทำได้อย่างสมจริงสมจังที่สุด

ดังนั้นภาพยนตร์จึงเป็นสื่ออีกช่องทางที่นักประชาสัมพันธ์จะใช้ในการสอดแทรกความเชื่อ ความคิด ต่างๆ ไปยังกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแนบเนียน และมีประสิทธิภาพ อย่างเช่น ตัวอย่างภาพยนตร์สารคดีเรื่อง Home ซึ่งมีการใช้เทคนิคมุมกล้องทั้งมุมสูงและต่ำ เพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติผู้สร้าง รวมไปถึงการใช้เสียงบรรยายของผู้หญิง ซึ่งแสดงถึงความเป็นเพศแม่ ที่ห่วงหาอาทรและดูแลสิ่งมีชีวิตบนโลก ซึ่งทั้งหมดนี้เป็น การประชาสัมพันธ์ที่แนบเนียน โดยคำนึงถึงรายละเอียดต่างๆ ที่สามารถสื่อความหมายให้คนตีความได้เป็นอย่างดี

4907610564 said...

ในสื่อภาพยนตร์เราสอดแทรกการprได้ง่ายแล้วก็เยอะเสียด้วย นอกจากจะเป็นสื่อที่ดึงความสนใจผู้คนได้มาก ด้วยคุณสมบัติต่างๆของตัวมันเอง อย่างเงื่อนไข สถานที่ในการรับชมแล้ว ยังมีองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้งภาพ เสียง เพลงประกอบ การใช้มุมกล้อง โครงเรื่อง หรือแม้แต่ตัวบทภาพยนตร์เอง ซึ่งสามารถแทรกเนื้อหาลงไปได้ทั้งนั้นค่ะ อย่างภาพยนตร์home นี่ก็มีการให้ความสำคัญกับรายละเอียด ทั้งดนตรีประกอบ ที่ใช้ดนตรีพื้นเมืองแอฟริกัน ให้อารมณ์ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ การเลือกใช้มุมกล้องที่ใช้ bird eye view มองในมุมที่กว้างมาก แสดงถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ หรือแม้แต่เสียงบรรยายที่เลือกใช้เสียงผู้หญิงให้มีความนุ่มนวลเหมือนเพศแม่ สื่อของโลกซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของสิ่งมีชีวิตต่างๆ หรือจะเป็นในภาพยนตร์ an inconvenient truth ซึ่งเป็นสารคดี ที่โน้มน้าวให้คนเชื่อถือได้มาก แต่จริงๆแล้วแทรกการprภาพลักษณ์ให้อัลกอร์สุดๆนอกจากจะมีเนื้อหาเรื่องโลกร้อน เพราะใช้อัลกอร์เป็นผู้ดำเนินเรื่อง มาให้ความรู้ ดูเป็นคนที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ดูเป็นคนดี (แถมในภาพยนตร์ยังมีแอบdiscreditเหน็บพรรคคู่แข่งอีกด้วยแน่ะ)

Anonymous said...

4907611281

ภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์ เป็นเหมือนการทำPR ให้เนียนๆมากที่สุด
โดยผู้ที่ชมภาพยนตร์ส่วนมาก จะไม่ทราบว่า ภาพยนตร์เรื่องนั้นเป็นการ PR
เรื่องราวที่อยู่ในภาพยนตร์นั้น จะมีการนำเสนอที่แฝงเนื้อเรื่องเพื่อการPR โดยเนื้อเรื่องที่นำเสนอจะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ที่ชมมาก เพราะ จาก คุณสมบุติของภาพยนตร์ที่ต้องชมในที่มืด (ในโรงภาพยนตร์) ทำให้เกิดความตั้งใจในการชม และสารที่ได้รับทำให้เิกิด Impact ที่สูง ต่อคนชม

การที่ผู้เป็นเจ้าของการทำภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์ แต่ไม่ได้มีการเิปดเผยชื่ออย่างจริงจัง หรือเสนอโลโก้ให้เห็นชัดนั่นก็แสดงถึงความจริงใจของผู้ที่เป็น Supporter ว่าไม่ได้ต้องการโฆษณาตัวเอง

หนูลืมมาคอมเม้นค่ะ ลืมว่าต้องมีคอมเม้นด้วย -_-!

Anonymous said...

ภาพยนตร์ เป็นสื่อที่ใช้ในการพีอาร์ได้อย่างแนบเนียน จนบางครั้งผู้ชมก็ยังไม่ทราบว่าเป็นการพีอาร์ การใช้ภาพยนตร์เป็นสื่อพีอาร์นั้นสามารถสร้างความน่าเชื่อถือต่อกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี

การพีอาร์โดยใช้ภาพยนตร์นั้นเป็นเครื่องมือที่ดีในการสร้างภาพลักษณ์ ทำให้เกิดการเชื่อมโยงกับกลุ่มเป้าหมายที่ดี

Anonymous said...

4907610911
อาจารย์คะ หนูลืมพิมพ์เลขทะเบียนอ่ะคะ
เม้นท์ข้างบนนี้ของหนูนะคะ
4907610911

Anonymous said...

4907520102
สื่อภาพยนตร์
สื่อที่เสนอทั้งภาพเคลื่อนไหว และเสียง โดยต้องใช้ร่วมกับอุปกรณ์การฉาย และต้องฉายในที่มืด ในแง่ของสื่อมวลชน หมายถึงภาพยนตร์ที่ออกฉายตามโรงภาพยนตร์ต่างๆ รูปแบบที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์ ได้แก่ สปอต และประกาศ

ข้อดีของสื่อภาพยนตร์
1.เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเฉพาะกลุ่มได้ดี
2.สามารถควบคุมกลุ่มเป้าหมายให้ติดตามชมเนื้อหาได้ตลอด
3.สามารถใช้เทคนิคด้านแสง สี เสียง มาช่วยสร้างสรรค์ได้มากทำให้น่าสนใจ

ข้อจำกัดของสื่อภาพยนตร์
1.เจาะกลุ่มเป้าหมายได้เฉพาะผู้ที่ชอบชมภาพยนตร์ตามโรงเท่านั้น
2.ค่าผลิตสูง