Breaking News : ข่าวด่วน

01 February 2009

Message Design 10

วันนี้เราว่ากันด้วยเรื่องของการออกแบบสารในสื่อภาพยนตร์และสื่อใหม่ ได้ความรู้อะไรจากในชั้นเรียนและอยากเพิ่มเติมประเด็นอะไรก็มาแลกเปลี่ยนกันได้เลยนะครับ เหลือกันอีกครั้งเดียวก็สอบปลายภาคกันแล้ว อย่าลืมงาน Final Project ด้วยล่ะ ปล่อยฝีมือกันเต็มที่เลยงานนี้ นอกจากเพื่อคะแนนแล้วยังเพื่อการเก็บบันทึกไว้ลงในแฟ้มผลงาน (Portfolio) ของแต่ละคนด้วย

16 comments:

taii said...

**ธรรมชาติของสื่อภาพยนตร์
- ปลูกฝังอุดมการณ์ได้ดีที่สุด เช่น เรื่องสุริโยไท กษัตริยา ยิ่งเรื่องกษัตริยาเป็นทีวีซีรี่ ยิ่งทำหน้าที่ตอกย้ำคนดูได้ เข้าถึงบ้านคนดูเลย
- สื่อภาพยนตร์มีการเลือกเป้าหมาย จะเห็นว่าหนังแต่ละเรื่องต่างก็มีแนวเป็นของตัวเอง เช่น หนังเรื่องนี้จะเจาะกลุ่มคนดูประเภทื้ชอบแอ็คชั่น หรือประเภทการเมือง ก็แล้วแต่ *ขณะเดียวกัน ผู้รับ หรือผู้ชมภาพยนตร์ก็ทำหน้าที่เป็นผู้เลือกด้วย เพราะต้องจ่ายสตางค์เพื่อไปดูหนังเรื่องนั้น ซึ่งก็จะทำให้เปิดรับมากกว่า กรณีที่จ่ายสตางค์ เพราะตั้งใจไปดู
- ภาพยนตร์มีความสมจริง
- ภาพยนตร์แต่ก่อนเป็นสื่อระดับชาวบ้าน ปัจจุบันขยับขึ้นเป็นศิลปะแขนงที่ 7 เพราะเป็นการสร้างใหม่ ขณะที่วิทยุ-โทรทัศน์เอามาจากสื่อเดิม และคิดว่าน่าจะประกอบด้วยการใช้สื่อหลายแขนงด้วยกัน จึงประกอบเป็นหนังเรื่องหนึ่ง อีกทั้ง มีอิทธิพลต่อคนดู จึงสามารถขยับขึ้นเป็นศิลปะอีกแขนงหนึ่งได้
ภาพยนตร์เกิดขึ้นครั้งแรกที่ประเทศจีน ฉายภายในวัง แต่ฮ่องเต้ไม่ให้เผยแพร่ เพราะอาจจะล้มล้างความคิดระบอบ king ได้ อิตาลีก็เอาไปพัฒนาต่อ

-----ภาพยนตร์ที่พวกเรานำมาเสนอกัน ก็มี
- Fear loating...
หนังเรื่องนี้เสนอเนื้อหาด้านสังคมการเมือง พูดถึงเรื่องยาเสพติด ซึ่งก็เหมือนกับการที่ชนชั้นปกครองเอายามาเผยแพร่ ทำให้ประชาชนมองภาพที่เป็นจริง บิดเบี้ยว ผิดเพี้ยนไป (ภาพปกก็เป็นคนติดยา และหน้าเบี้ยวไป) พระเอกในเรื่องติดยา ก็หมายถึง ติดอุดมการณ์ ที่ชนชั้นปกครองวางไว้ให้ดำเนินตามความคิดไป ในเรื่องจะเน้นใช้สีซีเปีย ทำให้ดูเหมือนจริง และใช้สีแดง ก็ทำให้รู้สึกว่ามีชีวิต และในเรื่องมีสิ่ง upside down ก็คือ ค้าวคาวมาบินตอนกลางวัน เป็นสัญญะที่ทำให้เห็นความผิดปกติ
ตามที่อาจารย์บอก หนังเรื่องนี้สัญญะเยอะมาก ถ้าไงรอเพื่อนๆ มาต่อละกันเนอะ เพราะไม่เคยดูซะด้วย

- wanted ก็เป็นหนังการเมืองเช่นกัน ตอนแรกที่ตีความว่าเป็นการเสียดสีสังคม แต่ก็ไม่คิดเลยว่ามันจะลึกซึ้งเข้าไปได้อีก มองไม่เห็นนั่นเอง ! นอกจากที่ได้นำเสนอไปในห้องว่าเป็นหนังแอ็คชั่น ที่สอดแทรกดราม่า สะท้อนสังคมอเมริกัน การทำงานของพนักงานออฟฟิศ และเรียกร้องให้เราหันกลับมาดูตัวเอง ปลดป่อยตัวเองจากสิ่งชั่วร้ายทั้งหลายแหล่ แลกลับมาควบคุมชีวิตตัวเองให้ดำเนินไปในทางที่ดี หรืออิสระ ประมาณนั้น ยังมีอื่นๆ อีก ที่ไม่ทันนึกถึง คือ
การที่พระเอกถูกหลอกให้ไปฆ่าพ่อตัวเอง - การฆ่าพ่อ ก็คือการฆ่ารากเหง้าของตัวเอง โดยมีผู้มีอำนาจเป็นผู้บงการ (ในเรื่องคือ สโลน หรือมอร์แกน ฟรีแมน)
แองเจลีน่า โจลี่ ในเรื่องแสดงเป็นฟอกซ์ เหมือนเป็นตัวตนอีกภาคหนึ่งของพระเอก คือในคนคนหนึ่งมักจะมี 2 คน ประมาณ อีกร่างหนึ่งอ่อนแอ ไม่กล้า แต่อีกร่าง ต่อสู้ ไม่ยอมแพ้
การที่พระเอกมักพูดว่า i'm sorry เป็นการแสดงให้เห็นว่าจำนนต่อระบบ

- Wall-e เป็นการ์ตูนแอนิเมชั่นที่พูดถึงเรื่อง green สิ่งที่การ์ตูนเรื่องนี้ทำได้แตกต่างจากหนังเรื่องอื่นที่นำเสนอ และด้วยความเป็นธรรมชาติของการ์ตูนด้วย การ์ตูนเรื่องนี้นเสนอเนื้อหาที่เข้าถึงจิตใจมนุษย์ ตัวการ์ตูนในเรื่องแม้เป็นหุ่นยนต์ก็แสดงความรักให้แก่กันได้ และอีกหลายด้านที่ตอบสนองความต้องการของคนเรา เรียกว่าปัจจุบันมนุษย์โหยหาความเป็นมนุษย์
ข้อดีของแอนิเมชั่น คือ over ได้มากกว่า และมีช่องว่างให้เราเติมเต็ม ตรงข้างกับ หนัง 2 เรื่อง ที่นำเสนอไป ที่จะเป็นความเหมือนจริง

**สื่อใหม่ สื่อใหม่ในที่นี้หมายถึง
1. ไม่เคยมีมาเลย
2. ดัดแปลง
3. สื่อใหม่เน้น content ไม่เน้นเรื่องเทคโนโลยี ซึ่งเรามักจะเข้าใจผิดกัน

----สื่อใหม่ที่พวกเรานำมานำเสนอ ก็มี
- MUPI แต่ก่อนเรียกว่าสื่อกลางแจ้ง เรามักจะเห็นตามป้ายรถประจำทาง มีลักษณะเป็นบล็อคสี่เหลี่ยม แต่ที่เพื่อนนำเสนอ ที่เมืองนอกดูน่าสนใจกว่า แบบมีภาพแปลกๆ ไอเดียเก๋ๆ
การที่จะโฆษณาประชาสัมพันธ์โดยใช้สื่อนี้ ต้องเลือกให้ดีด้วย ว่าจะเข้าถึง audience เช่น โฆษณา ไฮเนเก้น เบียร์ระดับนี้ส่วนใหญ่คงไม่ใช่คนที่โดยสารรถประจำทางผ่านไปมา หรือที่นั่งรอรถประจำทาง แต่คนที่เราจะสื่อสารด้วย อาจขับรถอยู่ และขับเลยผ่านไปก็ได้ ก็ไม่ค่อยเวิร์คเท่าไร ในกรณีนี้
และบางครั้งที่เพื่อนนำเสนอไป บางที MUPI ไปตั้งที่ลานจอดรถ รถบัง ก็ไม่ต้องเห็นเนื้อหาอะไรแล้ว หรือถ้าใช้ตัวหนังสือตัวเล็ก คนก็คงไม่อ่าน เพราะสื่อประเภทนี้ คนไม่น่าจะให้ความสนใจกับหนังสือตัวเล็ก นอกจากว่าภาพมันเตะตาจริงๆ และทำให้บางคนอาจตั้งใจเข้าไปดู

- เว็บไซต์ 7-eleven
โดยส่วนตัวแล้ว คิดว่ายังไม่ใช่สื่อใหม่ เพียงแต่มีการออกแบบเว็บไซต์ที่น่าเข้าไปมากขึ้น ซึ่งเว็บไซต์อื่นๆ ที่ใช้โปรแกรมแฟลช หรือที่ออกแบบแนวนี้ก็มีนะ แต่ที่น่าสนใจคือเค้าใช้แฟลชออกแบบเป็นเมือง เมืองหนึ่ง จำลองเซเว่นเข้าไป ให้คนคลิกไปดูว่ามีอะไร *แต่ ก็ยังตีความไม่ได้ว่า ที่เคาออกแบบมาแบบนี้ จะคุยกับใคร หรือต้องการสื่อสารกับใคร ซึ่งในการพี่อาร์มันจำเป็นที่เราต้องกำนดว่า audience เป็นใคร เพื่อจะได้วางแผนพีอาร์ได้อย่างเป็นระบบ

- twiter คงไม่ต้องเล่ามากว่าเป็นอย่างไร เพราะแนนก็ได้อธิบายการใช้ไปหมดแล้ว ...^_^
ทวิตเตอร์ เป็นการรวม msn ผสมกับ broadcast ,มีลักษณะที่ขายความเป็นมนุษย์ ซึ่งสื่อออนไลน์ส่วนใหญ่ก็จะเป็นลักษณะนี้กัน อย่างวัยรุ่นต้องการความเปิดเผย ก็สามารถมาใช้พื้นที่ตรงนี้ได้ในการแชร์ข้อมูล และสื่อแบบนี้ยังมีลักษณะฉาบฉวย มีเรตติ้ง ทำให้ผู้ใช้หรือคนเรา หาตำแหน่แห่งที่ให้กับตัวเอง สามารถสร้าง power ได้ (อย่างคุณสุกรีที่เป็นคนคิด)
ในทางพีอาร์ เราสามารถใช้สื่อนี้เป็นประโยชน์ได้ เพราะจะมีการ Follow ข้อมูลกันได้ หากมีข่าวที่เจ๋งๆ ข่าวหรือข้อมูลของเรา ก็จะถูกส่งต่อไปเรื่อยๆ เรียกว่าเป็นการกระจายข่าวทางออนไลน์อีกทางหนึ่ง

สื่อภาพยนตร์และสื่อใหม่ก็มีรูปแบบแตกต่างกันออกไป หากจะพีอาร์อะไรก็คงต้องดูเนื้อสารของเราด้วยว่าเหมาะกับสื่อไหน และaudienceของเราคือใคร เข้าถึงสื่อนั้นหรือไม่ ต้องดูให้เชื่อมโยงกันทั้งหมด เพื่อจะได้ประสบผลสำเร็จ....เนอะ

ต่าย
วีรอร อิ่มใจ ค่ะ ^_^

Anonymous said...

เหอ ๆ เพื่อนคนแรกให้ความรู้แบบว่า เราไม่รู้จาเขียนอารายต่อไปเลย 555 เอาเป็นว่าสรุปเท่าที่ได้นะ

- สื่อภาพยนตร์ช่วยปลุกฝังอุดมการณืได้ดีที่สุด เพราะคนเสียเงินเข้าไปดุแล้ว ย่อมตั้งใจดู อีกทั้งการทำให้โรงหนังมืดให้เด่นเฉพาะจอที่ฉายก้ยิ่งทำให้คนตั้งใจดู ที่สำคัญภาพยนตร์เลือกผู้รับสารด้เวยเนื้อหาเรื่องราวของมันเอง คือ คนที่ชอบหรือสนใจเรื่องนั้น ๆ ถึงจะเข้าไปดู
- สังคมเป้นตัวกำหนดเทคโนโลยี เช่น จีน มีเทคโนดลยีในการสร้างหนังก่อนใคร แต่ด้วยสภาพสังคมจึงทำให้ถูกกีดกัน แต่ถ้าเทคโนโลยีเป็นตัวกำหนดสังคม คือ สังคมพัฒนาและดตตามความเจริญของเทคดนโลยี เช่น การใช้มือถือของคนในปัจจุบัน ทำให้สังคมเปลี่ยน
- สื่อใหม่ คือ สื่อที่ไม่เคยมีมาก่อนเลย อาจเป้นการนำสิ่งเก่ามาดัดแปลง แต่สำคัญที่เนื้อหาอยุ่ดี ไม่จำเป้นต้องมีเทคโนโลยีเสมอไป


สิริกุล วงษ์เกลียวเรียน 4807610938

Anonymous said...

สื่อภาพยนตร์เรื่อง Fear and Loathing in LasVegas เป็นหนังการเมือง และต้องการสื่อถึงสังคมAmeที่เป็นสังคมเมายา
LasVegasเป็นเมืองบาป
ค้างคาวที่ตัวละครเห็นเปรียบเหมือนVietnam เป็นภาพลวงตา
ยุค60s คือ
- ยุควัยรุ่นเป็นกบฎสังคม ต่อต้านอำนาจ
- ยุคบุปผาชน ฮิปปี้
- ยุคAmerican Dream
รถสีแดงอยู่ท่ามกลางทะลทรายเปรียบถึง ความมีชีวิต

เรื่อง Wanted
- พ่อเป็นจิตวิญญาณ (เป็นสัญญะ)
- ฆ่าพ่อ คือ ฆ่ารากเหง้า ฆ่าวัฒนธรรมตัวเอง
- วิภาคระบบทุนนิยม เจ้านายVSลูกน้อง
- ลูกน้องคือเครื่องจักร
- Fox เป็นพระเอกอีกภาคหนึ่งซึ่งอยู่ในจิตของพระเอก
- "I'm sorry" เป็นการจำนนต่อระบบของพระเอก

เรื่อง Wall-E
- สื่อสารโดยอวัจนะภาษา
หนัง animation
- มีข้อจำกัดน้อย เพราะเข้าถึงได้ทุกคน
- มีช่องว่างให้เราเติมเต็มมากกว่าตัวแสดง

สื่อภาพยนตร์
- ปลูกฝังอุดมการณ์ได้ดีที่สุด เพราะเวลาดูตั้งใจมากที่สุด
- เป็นสื่อที่เลือกเป้าหมาย ขณะที่เป้าหมายก็เลือกเช่นกัน
- สื่อที่จ่ายตังค์เปิดรับมากกว่าสื่อฟรี
- สื่อภาพยนตร์ขยับจากชนชั้นล่างไปสู่ชั้นสูง
- เนื้อหาภาพยนตร์สร้างมาโดยเฉพาะ
- เกิดขั้นครั้งแรกที่จีน

บิดาของการปชส ยุคใหม่คือ Edward เบอเน่

ปชส เป็นสหวิทยา ที่มีอิทธิพลต่อคนไปตามที่องค์กรต้องการ

PR 2.0
- Users generate content คนรับสารรู้เท่าทันสื่อ

PR มีหน้าที่ฟัง(ผู้บริโภค)+สื่อสาร(พูด)

User Friendly คือ Today's PR

สื่อใหม่ content สำคัญสุด

7eleven.co.th
- ไม่เน้น interaction
- ไม่บ่งชี้ว่าใครเป็นกลุ่มเป้าหมายของเวป

twitter
- MSN+cell broadcast
- เป็นสื่อแบบฉาบฉวย
- เพื่อการ check rating ซึ่งต่อไปสร้างpowerได้

MUPI (Maximum Urban People Informed)
- เป็นสื่อกลางแจ้ง(ambient)ตามป้ายรถเมล์พบในเมืองใหญ่
- เป็นสื่อที่พบเห็นได้บ่อย จึงทำให้ผู้บริโภคเกิด brand awareness ได้ง่าย
- บางครั้งอาจทำให้รำคาญสายตาเพราะใหญ่เทอะทะ บังทัศนียภาพข้างทาง

เอาเป็นว่าแค่นี้ก่อนล่ะกันนะคะ
ถ้าเพื่อนๆ อยากเพิ่มเติมอะไร ตามสบายนะคะ

เจอกันจ๊ะ
ไนซ์ อุลิตา 4806613073

Anonymous said...

ต่ายสรุปไปเกือบหมดเลย-.-


สื่อภาพยนตร์ เป็นสื่อเดียวที่สามารถเลื่อนฐานะได้
จากเดิมที่เป็นสื่อของชนชั้นล่าง เช่น หนังกางแปลง มาสู่หนังในโรงภาพยนตร์ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นสื่อที่มักถูกสอดแทรกด้วยอุดมการณ์ใดอุดมการณ์หนึ่งตามทัศนะของผู้กำกับที่ต้องการจะสื่อ จึงทำให้สื่อภาพยนตร์จัดได้ว่าเป็นสื่อที่ใช้ปลูกฝังอุดมการณ์ได้ดีที่สุด และยังตอกย้ำผู้ชม นอกเหนือไปจากการมาชมที่โรงหนัง คือสามารถซื้อกลับไปดูต่อที่บ้านได้ ในรูปของ วีซีดี หรือดีวีดี อีกทั้งสื่อภาพยนตร์ยังเป็นตัวเลือกกลุ่มเป้าหมายด้วย
บางคนอาจคิดว่า ภาพยนต์ถือกำเนิดขึ้นโดยชาวตะวันตก แต่แท้จริงแล้วภาพยนตร์เกิดขึ้นครั้งแรกในจีน แต่ด้วยความที่จักรพรรดิทรงเกรงว่า ภาพยนตร์จะทำให้ประชาชนถูกครอบงำทางความคิดได้ จึงสั่งให้ภาพยนตร์เป็นสิ่งที่ต้องห้าม

ส่วนสื่อภาพยนตร์ที่แต่ละกลุ่มนำมาวิเคราะห์
เรื่อง Fear and Loathing in LasVegas สะท้อนภาพของอเมริกาในยุคที่เรียกว่า American Dream ที่ถูกมอมเมาโดยชนชั้นปกครอง และกรอบความคิดที่ทำให้คนอเมริกัน มีความคิดเห็นเป็นไปในทางเดียวกัน ทำทุกๆอย่างแบบเดียวกัน โดยที่ตัวเอกของเรื่องที่เป็นคนที่อยู่ในอาการของคนติดยา ก็สะท้อนการถูกทำให้มอมเมาโดยผู้ปกครองนั้นเอง ..
ส่วน Wanted ก็สะท้อนภาพของการถูกครอบงำโดยระบบทุนนิยม ซึ่งคำว่า I'm Sorry ที่ตัวเอกมักกล่าวออกมาอยู่บ่อยครั้ง สะท้อนถึงการยอมจำนนต่อระบบทุนนิยมนนั่นเอง

โดยส่วนตัวแล้วมองว่า
ภาพยนตร์แต่ละเรื่อง ก็แทรกสัญญะ และอุดมการณ์ที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับตัวผู้กำกับเอง และบางครั้งการที่ผู้กำกับแทรกเอาความเป็นตัวเองใส่ลงในภาพยนตร์มากจนเกินไป อาจทำให้ภาพยนต์ไม่เป็นที่นิยม และคนดูไม่สามารถเข้าถึงได้ แต่กระนั่นก้ขึ้นอยู่กับว่า ผู้กำกับท่านนั้นต้องการเจาะกลุ่มเป้าหมายใดด้วย ทำให้บางครั้งคนดูที่ม่มีความรู้หรือไม่สามารถตีโจทย์ของผู้กำกับออก ก็จะทำให้การดูภาพยนตร์เรื่องนั้น กลายเป็นความน่าเบื่อไป เช่น ตัวหนูเอง ที่ดูภาพยนตร์ของ คุณเป็นเอก รัตนเรือง กี่เรื่องกี่เรืองก็ไม่เข้าใจ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องรักน้อยนิดมหาศาล หรือว่าพลอย ที่ใครต่อใครชมหนักหนา แต่ว่าหนูชอบในความเป็นผู้กำกับที่มีแนวทางของตัวเองที่ชัดเจนนะคะ แต่ก็อยากให้พี่เขาทำภาพยนตร์ที่ไม่ต้องลึกซึ้งบ้าง


จบละกันค่ะ
หลังๆเริ่มกลายเป็นบ่นๆ

อ้อม 4806613818

Anonymous said...

เพิ่มเติม จร้า สื่อภาพยนตร์มีข้อดี
1. กลุ่มเป้าหมายมีสมาธิในการรับข่าวสารดีมาก เนื่องจากไม่มีสิ่งภายนอกรบกวน
2. เป็นสื่อที่มีผลพลอยได้มาจากสื่อโทรทัศน์ทำให้ไม่เสียค่าผลิตโฆษณา
3. สื่อมีความน่าสนใจสูง เนื่องจากภาพยนตร์โฆษณาจะมีขนาดที่ใหญ่มาก

ส่วนสื่อใหม่อย่างสื่ออินเตอร์เน็ต นั้นสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างกว้างขวางทั่วโลก และเป็นกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง มิใช่เกิดจากการคาดเดาเหมือนสื่ออื่นๆ

อมาวลี 4807610573

ลูกหนู ภาสิตา 4806612141 said...

จริงๆไม่รู้จะเพิ่มเติมอะไรแล้วนะเนี้ย งั้นก็ขอเขียนอะไรที่เราจดไว้แล้วกันนะจ้ะ

หนังเรื่องแรก Fear and Loathing in Las Vegas เป็นหนังการเมืองที่มีสัญญะอยู่มากมาย ทั้งยังสะท้อนสังคมอเมริกา เป็นหนังที่ใช้ยุค60 ซึ่งเป็นยุคที่วัยรุ่นเป็นกบฏสังคมหรือบุปผาชน ทำอะไรตามใจตัวเองและหลุดโลก หนังเรื่องนี้ต้องการจะบอกว่า American dream แท้จริงแล้วคือความว่างเปล่า

-พ่อ คือตัวแทนของจิตวิญญาณ การฆ่าพ่อคือการฆ่ารากเหง้า วัฒนธรรมและความดีงาม

-ลักษณะเด่นของภาพยนตร์คือ สามารปลูกฝังทัศนะคติได้ดีที่สุด ภาพยนตร์เลือกผู้รับสาร และกลุ่มเปาหมาย ขณะเดียวกัน ผู้รับสารก็เป็นผู้เลือกด้วย เป็นสื่อที่ผู้รับสารเปิดรับด้วยความเต็มใจ เพาระต้องจ่ายเงิน เป็นสื่อที่คนตั้งใจเปิดรับมากที่สุด นอกจากนั้นภาพยนตร์ยังเป็นสื่อแขนงที่7 เป็นสื่อที่ยกระดับตัวเองขึ้นมา เกิดขึ้นครั้งแรกที่ประเทศจีน ฉายครั้งแรกในวัง แต่ฮ่องเต้ไม่ต้องการให้เผยแพร่ เพราะกลัวว่าจะเป็นเครื่องมือในการปลูกฝังอุดมการณ์

-TV series เป็นสื่อที่ตอกย้ำ บุกถึงบ้าน ทำให้อุดมการณ์แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

- สื่อนั้น มีทฤษฎีเป็นตัวกำหนด เทคโนโลยีเปลี่ยนพฤติกรรมก็เปลี่ยนตาม

-การตูน เป็นสื่อที่สามารถสื่อในสิ่งที่สื่ออื่นสื่อไม่ได้
เข้าถึงจิตใจ มีช่องว่างให้เติมเต็มมากกว่าสื่ออื่น รวมทั้งยัง free จินตนาการ

-Content สำคัญที่สุดในการพูดถึงสื่อใหม่ ไม่ใช่เทคโนโลยี เทคโนโลยีเป็นเพียงพาหะเท่านั้น

แค่นี้แล้วกันนะจ้ะ

Anonymous said...

เห็นด้วยกับเพื่อนๆว่าไม่รู้จะเพิ่มเติมอะไรแล้ว
ขอสรุปตามเลคเชอร์ของตัวเองอีกเช่นเคย ^^

ลักษณะของสื่อภาพยนตร์
- เป็นสื่อที่ปลูกฝังอุดมการณ์ได้ดีที่สุด
- เป็นสื่อที่ผู้ชมตั้งใจดู ตั้งใจเปิดรับได้ดีที่สุด เพราะเป็นสื่อที่ผู้รับต้องเสียเงินมาดูทำให้เค้าจะตั้งใจกับการเปิดรับสารนั้น
- สามารถเลือกผู้รับสาร หรือกลุ่มเป้าหมายได้ และในขณะเดียวกันกลุ่มเป้าหมายก็เป็นผู้เลือกด้วย
- มีความสมจริง
- เป็นสื่อพิเศษที่สามารถยกระดับ เลื่อนฐานะขึ้นมา มีการใส่ศิลปะ ผูกอุดมการณ์เข้าไป


- สื่อภาพยนตร์เกิดขึ้นที่ประเทศจีน มีการนำเข้าไปฉายในวัง แต่ฮ่องเต้ไม่ให่เผยแพร่เพราะกลัวจะเป็นการปลูกฝังอุดมการณ์ นำไปสู่การล้มล้าง ต่อมาอิตาลีได้นำเอาไปใช้และพัฒนาต่อ


ภาพยนตร์แอนนิเมชั่น มีข้อดีกว่าภาพยนตร์ที่ใช้คนแสดง คือ
- มีข้อจำกัดน้อยกว่า
- การ์ตูนมีความน่ารัก มีช่องว่างให้เราเติมเต็มได้มากกว่าคนแสดง สามารถใส่จินตนาการของปัจเจกลงไปได้

สื่อใหม่

Content มีความสำคัญ สำคัญที่สุด มากกว่าเทคโนโลยี เทคโนโลยีเป็นแค่พาหะ

ปัญญ์ชลี 4808610861

Anonymous said...

ก่อนส่งสารผ่านสื่อภาพยนตร์นั้นมีหลายระดับ
เพราะตังหนังเองมีความลึกค่อนข้างมาก
ขึ้นอยู่กับผู้กำกับต้องการนำเสนอ
บางประเด็นก็เลือกที่จะสื่อให้เข้าใจง่ายไม่ยุ่งยากซับซ้อน
บางประเด็นก็ซับซ้อนจนยากเกินจะที่เข้าใจ

ตัวอย่างเช่นหนัง วอล-อี นั้น เลือกที่จะสื่อสารกับคนดูโดยตรง
โดยใช้ตัวการ์ตูนที่เข้าใจและเข้าถึงคนดูได้ง่าย
สามารถเติมแต่งจินตนาการได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
และไม่จำเป็นต้องอิงความเป็นจริงมากนัก
ทำให้ผู้ชมสามารถเข้าใจได้ง่าย
และได้รับสารค่อนข้างตรงกับผู้ต้องการสื่อ

ส่วนสื่อใหม่นั้น มีได้หลายเเบบไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเทคโนโลยี
แต่ขึ้นอยู่กับ content มากกว่า
สื่อใหม่นั้นจะต้องมีความแปลกใหม่และไม่เคยมีมาก่อน
ทำให้ผู้ชมตื่นตา และสะดุด เมื่อพบเห็น
ถือเป็นสื่อที่ทำให้คนอยากชม อยากมองได้ดี


นายอนันดา หาญพินิจนนท์
4804610212

Anonymous said...

เพื่อนๆก็พูดไปเกือบหมดแล้ว อันนี้เก็บตกแล้วกัน
Fear loating...
ชนชั้นปกครองเอายามาปล่อยเพื่อมอมเมาคนในรัฐให้เป็นไปตามที่ต้องการ las vegas จริงๆ เป็นทะเลทรายเทียบคือเป็นเมืองคนบาป เพราะทะเลทรายทำอะไรไม่ได้ จึงต้องตั้งแหล่งการพนัน รถสีแดงวิ่งบนถนนแทนควมหมัง ชีวิต แต่สุดท้ายก็ไม่เจออะไร หนังเรื่องนี้อีกมุมหนึ่งเป็นการท้าทายอำจรัฐ

สื่อภาพยนตร์เป็นศิลปะแขนงที่ 7 เริ่มจากชนชั้นล่าง แล้วขึ้นสู่ชั้นบน และกลับมาแพร่หลายในชนชั้นล่าง

may จ้า

Gift said...

กิฟ สุภัทรานุช สิงหนุวนานนท์
4806612414


เพื่อนพูดไปแล้วบ้าง อะไรบ้างก็ไม่เป็นไรนะคะ

ลักษณะเด่นของภาพยนตร์
- เพื่อปปลูกฝังอุดมการณ์
- ภาพยนตร์เลือกผู้รับสารเนื่องจากผู้รับต้องตั้งใจชมและผู้บริโภคจะเปิดรับสื่อที่ผู้บริโภคจ่ายเงินมากกว่าสื่อที่ได้รับมาฟรี
- เป็นศิลปะแขนงที่ 7 เป็นสื่อที่เลื่อนจากสูงมาต่ำและขึ้นไปสูงอีกที
- เป็นสื่อที่สร้างขึ้นมาใหม่เพื่อการนำมาทำเป็นภาพยนตร์โดยเฉพาะ

- ยังไงๆสมัยนี้ก็ต้องให้ความสำคัญกับ audience ค่ะ

Fear and Loathing in Las Vegas
- Las Vegas เป็นเมืองที่ไม่มีอะไรเลย เหมือนเป็น propaganda ของรัฐบาลโดยการเอาคาสิโนไปตั้ง สุดท้ายแล้วตัวละครก็ไม่เจออะไรเพราะหนังเรื่องนี้สะท้อนความว่างเปล่าของสังคมอเมริกัน

Wanted
- การฆ่าพ่อ (ของพระเอก) มีนัยยะหมายถึงการฆ่าจิตวิญญาณ คือ ทุนนิยมฆ่าอุดมคติ หนังเรื่องนี้แท้จริงแล้วเป็นการวิพากษ์ทุนนิยม จะเห็นได้จากเจ้านายอ้วนแต่ลูกน้องผอม ซึ่งเปรียบเหมือนปลาใหญ่กินปลาเล็กในระบบทุนนิยม

Wall-E
การ์ตูนช่วยให้ผู้ชมเติมเต็มจินตนาการได้เต็มที่
การ์ตูนให้หุ่นยนต์แสดงความเป็นมนุษย์ แต่ให้มนุษย์เป็นเหมือนหุ่นยนต์ หนังสื่อให้เห็นว่าปัจจุบันมนุษย์เสียความเป็นมนุษย์ไปและโหยหามัน

ต่อไปเป็นสื่อใหม่นะคะ
-MUPI ในเมืองไทยอาจจะไม่ค่อยได้ผลมากแล้วเพราะคนไทยนิยมใช้รถส่วนตัว จึงอาจจะเข้าไม่ถึงสื่อ MUPI มากนัก

- 7-11 Website
ข้อด้อยคือไม่รู้ว่าสื่อกับใคร

- Twitter
เป็นการผสมผสานระหว่าง Blog กับ MSN
เกิดขึ้นมาเพราะมนุษย์ต้องการคนรับฟัง
เป็นการสื่อสารแบบฉาบฉวยรวมไปถึงเอาไว้ check rating เหมือนพวก social netwoking websites อื่นๆ เช่น Hi5 Facebook

Anonymous said...

มาช้าหน่อย ขอเพิ่มเติมจากเพื่อนๆนะคะ

สื่อภาพยนตร์
- จัดเป็นศิลปะแขนงที่ 7 เลื่อนฐานะตัวเองขึ้นมา เพราะมีจุดกำเนิดจากชนชั้นล่าง ต่างจากสื่อชนิดอื่นๆ
- เริ่มต้นที่จีน ไม่ใช่เมกาหรือยุโรปอย่างที่เข้าใจกัน
- เป็นเรื่องมือปลูกฝังอุดมการณ์ได้ดีด้วย
- เป็นสื่อที่ผู้บริโภคจ่ายเงินเพื่อเข้าไปดู ดังนั้นจะเชื่อและเปิดรับมากกว่าสื่อชนิดอื่นๆ
- มนุษย์มีข้อจำกัด / มีช่องว่างให้เราเติมเต็ม
- ภาพยนตร์แต่ละเรื่องจึงแฝงไปด้วยอุดมการณ์หรือสารหลักของผู้ส่งสารที่ต้องการจะสื่อกับคนดู เช่น เรื่องแรกต้องการเสียดสีสังคมการเมืองอเมริกัน หรือ wanted ก็เสียดสีสังคมเช่นกันและแฝงด้วยประเด้นการเมืองด้วย เป้นต้น

สื่อใหม่
- สื่อใหม่ = ไม่เคยมีมาก่อน / เอาสื่อเก่ามาดัดแปลง/ เนื้อหาสำคัญกว่าเทคโนโลยี (เป็นแค่พาหะ)
- อาจพูดง่ายๆว่าสังคมเป็นตัวกำหนดเทคโนโลยี / เทคโนโลยีเปลี่ยน พฤติกรรมเปลี่ยน เช่น โทรศัพท์มือถือ
- เป็นพีอาร์ต้องสังเกต
- MUPI หรือ สื่อกลางแจ้ง เมืองนอกต่างจากเมืองไทย เพราะมี transitให้เล่นได้มากกว่า
- Twitter ต้องอัพเดทบ่อยๆ และใครที่เป็น opion leader จะ design สารได้ (เชิงคุณภาพ)/ การสื่อสารแบบฉาบฉวย
- เวปของเซเว่น ยังคงเป็นแบบ 1.0 คือ ไม่เน้นการโต้ตอบ ต้องคำนึงว่ากลุ่มเป้าหมายสำคัญสุด

ปราง 4806611051

Nanny said...

เรื่อง Fear and Lothing in Las Vegas
- เป็นหนังการเมือง ที่ชี้ให้เห็นว่าคนที่เอายาเสพติดมาแจกจ่ายในสังคมก็คือรัฐบาลเอง แล้วบอกประชาชนว่านี้คือ American
-ภาพค้างคาวที่ฉายให้เห็นในฉากแรกเป็นภาพลวง เป็นนัยยะที่แสดงให้เห็นว่าทุกสิ่งเป็นการหลอกลวง
-ลาสเวกัสเป็นเมืองในทะเลทราย ไม่มีอะไรนอกจากความแห้งแล้ง ว่างเปล่า รัฐจึงต้องสร้างสิ่งล่อลวงให้คนมาอยู่
-ยุค 60เป็นยุคที่วัยรุ่นต่อต้านและเป็นกบฏสังคม
-รถสีแดงในฉากแรก มีนัยยะที่แสดงถึงความร้อนแรง ความฝัน

เรื่อง Wanted
- เป็นหนังที่แฝงแนวคิดเรื่องการเตือนสติตนเอง ค้นหาตัวตนให้พบว่าแท้จริงแล้ว เรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร และแท้จริงแล้วเราเป็นใคร
-การที่พระเอกฆ่าพ่อตัวเองเป็นเหมือนการฆ่ารากเหง้าของตัวเอง
-ตัวร้ายในเรื่องเป็นตัวละครที่แสดงถึงอำนาจและทุนนิยม
-นางเอกในเรื่อง( Angelina Jolie) อาจเรียกได้ว่าเป็นพระเอกของเรื่องอีกตัวหนึ่งที่เตือนสติให้ออกนอกวังวนของความบ้าอำนาจ
-ประโยค I am sorry ที่พระเอกพูดบ่อยๆ แสดงให้เห็นถึงการจำนนต่อระบบ ไม่กล้าลุกขึ้นสู้

เรื่อง Wall E
- ทุกวันนี้มนุษย์โหยหาความเป็นมนุษย์ เราสร้างหุ่นยนตร์ให้เหมือนตัวเราเองเพื่อเติมเต็มความโหยหา
- เตือนมนุษย์ถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม
- ตั้งประเด็นเรื่อง feminist - ผู้หญิงมีความเป็นมนุษย์มากกว่าผู้ชาย
-การใช้แอนนิเมชั่น เป็นการทำให้เนื้อเรื่องแสดงออกมาได้โอเว่อร์มากกว่าความเป็นจริง นอกจากนี้ความเป็นการ์ตูนยังทำให้มีช่องว่างที่คนดูสามารถเติม

เต็มด้วยจินตนาการของตนเองมากกว่าการใช้คนจริงๆแสดง

สรุป
- ภาพยนตร์เป็นสื่อที่ปลูกฝังอุดมการณ์ได้ดีที่สุด เช่น สุริโยทัย จะเห็นได้ว่าก่อให้เกิดอุดมการณ์/กระแสร่วมกันระหว่างผู้ชมได้เป็นอย่างดี
-เป็นสื่อที่เลือกผู้รับสาร โดยผู้รับต้องมีความตั้งใจในการที่จะรับสารมาก ต้องเดินทางไปโรงหนัง เข้าคิวซื้อตั๋ว เป็นสื่อที่ผู้รับต้องเสียเงินในการรับสาร เพราะฉะนั้นผู้รับมีแน้วโน้มที่จะเชื่อในสารที่ได้รับมากกว่าสื่อประเภทอื่น
- เป็นสื่อเดียวที่ยกระดับตัวเองขึ้นมาจากสื่อระดับล่างขึ้นไปอยู่บน เพราะเมื่อก่อนภาพยนตร์เป็นกิจกรรมของชนชั้นล่าง ชาวบ้าน
- สื่อภาพยนตร์เป็นสื่อที่ผลิตขึ้นมาเพื่อตนเองโดยเฉพาะ ไม่เหมือนทีวีหรือวิทยุที่ทำมาจากสื่ออื่น

เอ็ดเวิร์ด เบอร์เน่ บิดาแห่งการประชาสัมพันธ์
- กล่าวว่าหน้าที่ที่สำคัญของการพีอาร์คือการฟัง
-เขาเป็นนักทฤษฏีและหลานของซิกมัน ฟรอย
-เมื่อก่อนนี้การพีอาร์คือการโน้มน้ามและแจ้งข่าวสารให้แก่ public ให้เป็นไปในทางที่เราต้องการ แต้ปัจจุบันการพีอาร์ต้องพูดน้อยลงและฟังมากขึ้นแล้ว

จับประเด็น ถือเป็น PR2.0 คือ มีการสื่อสารกันระหว่างผู้รับและผู้ส่งมากขึ้น

New Media
-สื่อ seven eleven เป็นเว็บไซต์ที่เน้น flash และ movement มากกว่าการมีส่วนร่วมของ user ซึงเป็นหัวใจหลักของ web 2.0
ปกติแล้วเซเว่นเป็นร้านค้าที่ขายสินค้าทั่วไป คนรู้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้าเวบเพื่อศึกษารายละเอียดก็ได้ เพราะเป็นสินค้าแบบฉาบฉวย

-สื่อ Mupi
เป็นสื่อกลางแจ้งรูปแบบใหม่ที่เน้นการดึงดูดความสนใจและแปลกใหม่ แนนว่าน่าสนใจเหมือนกันคะ เมืองไทยยังไม่ค่อยมี แต่บางอย่างก็ยังต้องปรับปรุงใหม่ให้เหมาะสมกับคนไทยมากขึ้น
-สื่อ Twitter เป็น Micro Blog ที่สร้างกระแสการเขียนบลอคแบบใหม่ด้วยการจำกัดการ 'tweet' แต่ละครั้งด้วยการพิมพ์ไม่เกิน 140 ตัวอักษร ในขณะที่ User สามารถติดตามอ่านข้อความของคนอื่นด้วยการ follow โดยสื่อประเภทนี้ถือเป็นการปฏิวัติการสื่อสารรุปแบบใหม่ของ web 2.0 และเป็น social network แบบใหม่ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการพีอาร์ การหาเสียงทางการเมือง การสร้างกระแส การกระจายข่าวสาร

แนนคะ
4806611911

Anonymous said...

มารียา มิตรมานะ 4806611762

สรุปสื่อภาพยนตร์นะค่ะ

Fear and Loathing in Las Vegas
ดูแล้วเวียนๆหัว
เป็นหนังที่ออกแนวเสียดสีทางการเมืองมากๆ
เป็นหนังเฉพาะกลุ่ม มีสัญญะเยอะ
การเมายา สะท้อนการเมือง สังคม
เหมือนกับว่า คนชนชั้นปกครอง เอายามาให้ประชาชนเสพ นั่นก็คืออุดมการณ์รักชาติ ชาตินิยม
พอดีกับช่วงสงครามเวียดนาม
ค้างคาวในเรื่องก็แทนคนเวียดนาม
เป็นยุคบุปผาชน วัยรุ่นต้านสังคม ทำตัวหลุดโลก เป็นกบฏสังคม
เรื่องต่อไป wanted
วิพากย์ทุนนิยม
เจ้านายเป็นคนมีอำนาจ ใช้งานลูกน้องเหมือนเครื่องจักร

อีกเรื่องหนึ่งคือ wall e

เรื่องนี้อาจารย์คอมเม้นน้อย
สรุปสั้นๆคือ
เทคโนโลยียิ่งพัฒนาขึ้น แต่คนพัฒนาความสัมพันธ์กันในทางตรงข้าม

ลักษณะเด่นของสื่อภาพยนตรืคือปลูกฝังอุดมการณ์ได้ดี เช่น สุริโยทัย
เวลาดูจะเปิดรับได้มากที่สุด
เป็นสื่อที่เลือกผู้รับสารและผู้รับสารก็เลือกด้วย
เป็นสื่อที่สมจริง สมจัง
เรียกได้อีกอย่างว่าเป็นศิลปะ แขนงที่เจ็ด


ส่วนสื่อใหม่นะค่ะ

จดมานิดเดียวเอง
มีสองข้อ
1. การแพร่กระจายข่าวสารที่รวดเร็ว
2. ลักษณะของข่าวสารข้อมูลที่สามารถใช้งานร่วมกันได้ระหว่างผู้เผยแพร่และผู้ใช้

Anonymous said...

สื่อภาพยนตร์เป็นสื่อที่มีอิธิพลต่อผู้รับสารมาก
เพราะ เป็นสื่อที่ผู้รับสารให้ความสำคัญถึงขนาดยอมจ่ายเงินเพื่อนซื้อตั๋วเข้าไปดู เกิดความคาดหวังว่าจะได้รับความพอใจจากภาพยนตร์ในระดับที่ต้องการ อีกทั้งโรงภาพยนตร์ก็มืดไปเสียทุกอย่างยกเว้นจอด้านหน้า ทำให้ผู้ชมเกิดสมาธิในการดู ตั้งใจดูมากกว่าสื่ออื่นๆ (ถ้าไม่หลับหรือห่วงข้าวโพดคั่วจนเกินไป)เกิดอารมและความรู้สึกร่วมไปกับตัวบละครในภาพยนตร์ที่ปลูกฝังอุดมการบางอย่างให้กับคนดู เมื่อคนดูปประทับใจก็เริ่มเกิดการวิจารณ์ เพื่อโปรโมทภายนตร์เรื่อวต่างๆ หรือทำลายภาพยนตร์เรื่องต่างๆที่ผู้เขียนไม่ชอบ และเมื่อองค์ความรู้ด้านภาพยนตร์ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ในช่วง 1970 เกิดการสอนภาพยนตร์ขึ้นในมหาวิทยาลัย การวิจารณ์ภาพยนตร์ จึงเกิดคุณค่ามากยิ่งขึ้น มากกว่าการโปรโมทหนัง แต่ทำให้คนเข้าใจหนังมากขึ้น การวิจาณ์นี้เองที่เป็นตัวกดดันให้ผู้กำกับภาพยนตร์ พยายามที่จะสร้างคุณค่าทางศิลปะให้กับภาพยนตร์ของตัวเอง ภาพยนตร์ในยุคหลังๆ จึงมีคุณค่าประดุจดั่งศิลปะแนงที่เจ็ด ที่รวมเอาศิลปะ ทั้งด้าน Time และ Space ทั้ง 6 แขนงเข้าไว้ด้วยกัน

4907620068

Anonymous said...

Fear and Loathing in Las Vegas
johnny depp แสดงได้ดีมากๆ รับรู้ถึงอารม
ทั้งหน้าตา กิริยา ท่าทาง
ดูหนังเรื่องนี้กี่รอบไม่เคยเบื่อ
มันเพลินมาก สนุก
หนังเรื่องนี้ มีขึ้นตอน 1998 ตอนนี้ 2009
ก็เกือบ 10 ปีแล้ว
ยังดูได้เรื่อยๆ
ในเรื่อง นักข่าว กับ ทนาย เป็นเพื่อนกัน
เจ๋งมากค่ะ
และตอน 1971...ของในเรื่อง
ก็เป็นเรื่องที่ ฮิปปี้ ชุคชุม อยุ่แล้ว
วันๆ ไม่ทำอะไร จะใช้ยา อย่างเดียว
แต่ในเรื่องก็มี ช่วงที่เพื่อนมีอาการ หลุด..
เพื่อนอีกคน ก็ต้อง คอยดูแล แทน
คนเมินได้ แต่ยาห้ามเมิน....


ชอบค่ะ

Anonymous said...

Fear and Loathing in Las Vegas
johnny depp แสดงได้ดีมากๆ รับรู้ถึงอารม
ทั้งหน้าตา กิริยา ท่าทาง
ดูหนังเรื่องนี้กี่รอบไม่เคยเบื่อ
มันเพลินมาก สนุก
หนังเรื่องนี้ มีขึ้นตอน 1998 ตอนนี้ 2009
ก็เกือบ 10 ปีแล้ว
ยังดูได้เรื่อยๆ
ในเรื่อง นักข่าว กับ ทนาย เป็นเพื่อนกัน
เจ๋งมากค่ะ
และตอน 1971...ของในเรื่อง
ก็เป็นเรื่องที่ ฮิปปี้ ชุคชุม อยุ่แล้ว
วันๆ ไม่ทำอะไร จะใช้ยา อย่างเดียว
แต่ในเรื่องก็มี ช่วงที่เพื่อนมีอาการ หลุด..
เพื่อนอีกคน ก็ต้อง คอยดูแล แทน
คนเมินได้ แต่ยาห้ามเมิน....


........................by benzdo